⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2947/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2947/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตามกฎหมาย หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำพิพากษาดังกล่าว คู่ความชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์เพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ได้ แต่การขอแก้ไขข้อผิดพลาดในคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น จะกระทำได้เฉพาะข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยเท่านั้น และต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่เป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์หรือมิได้เป็นไปตามข้อตกลง โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้แก้ไขให้เป็นไปตามข้อตกลงหรือเจตนารมณ์ของโจทก์และจำเลยทั้งสาม แต่โจทก์หาได้ใช้สิทธิดังกล่าวไม่ กลับใช้สิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา ซึ่งการจะขอแก้ไขข้อผิดพลาดได้จะต้องเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคแรก เมื่อส่วนที่โจทก์ขอแก้ไขและศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้นเป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดมากขึ้นกว่าเดิม จึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ แม้จำเลยทั้งสามจะไม่คัดค้านโจทก์ก็ไม่อาจขอแก้ไขได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสาม โดยจำเลยทั้งสามยอมรับผิดชำระหนี้เงินให้แก่โจทก์ ซึ่งตามสัญญาข้อ ๕ มีความว่า หากจำเลยทั้งสามผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดหรือเดือนหนึ่งเดือนใด ให้ถือว่าจำเลยทั้งสามผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด และยินยอมให้โจทก์บังคับคดีในหนี้ที่ค้างชำระได้ทันที และจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี และเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ ๖ ต่อปี จากต้นเงินที่ค้างชำระนับแต่วันที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น โดยยอมให้โจทก์ยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนกว่าจะครบถ้วน โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความว่า โจทก์พิมพ์นามสกุลของจำเลยที่ ๓ ในสัญญาประนีประนอมยอมความผิดพลาด โดยขอแก้นามสกุลจาก "วงษ์สัจจานนันท์" เป็น "วงษ์สัจจานันท์" และข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ ๕ บรรทัดที่ ๒ นับจากด้านล่างโจทก์พิมพ์ตกผิดพลาดไปจากเจตนารมณ์ที่ตกลงไว้กับจำเลยทั้งสาม จากเดิมว่า "และจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดใน..." ขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นว่า "และจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดในเบี้ยปรับที่โจทก์ลดให้อีกจำนวน ๔๘๙,๕๘๙.๕๕ บาท และดอกเบี้ยที่โจทก์ลดให้อีกจำนวน ๑๒๔,๖๕๒.๙๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยใน..." ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขเฉพาะนามสกุลของจำเลยที่ ๓ คำร้องในส่วนอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คดีนี้โจทก์และจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ หากโจทก์เห็นว่าคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์หรือมิได้เป็นไปตามข้อตกลง โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง ทั้งนี้เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้แก้ไขให้เป็นไปตามข้อตกลงหรือเจตนารมณ์ของโจทก์และจำเลยทั้งสาม แต่โจทก์หาได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวไม่ กลับใช้สิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา ซึ่งการจะขอแก้ไขข้อผิดพลาดได้จะต้องเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย หรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคแรก โดยเฉพาะในส่วนที่โจทก์ขอแก้ไขและศาลชั้นต้นไม่อนุญาตนั้นเป็นการเพิ่มความรับผิดให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดมากขึ้นกว่าเดิม จึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ แม้จำเลยทั้งสามจะไม่คัดค้าน โจทก์ก็ไม่อาจขอแก้ไขได้ คำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน นางสุรีพร อัชฌานนท์ ผู้ช่วยฯ นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2947/2545 บริษัทนครหลวงแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมภัณฑ์ค้าไม้ กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความ(มหาชน) - บริษัทนครหลวงแฟคตอริ่ง จำกัด · กับพวก - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมภัณฑ์ค้าไม้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · ดวงมาลย์ ศิลปอาชา · สมชาย จุลนิติ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมชัย เดชะอังกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายสนั่น รินทร์ศรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 181/2495ฎีกา 2274/2537ฎีกา 360/2502ฎีกา 5384/2538ฎีกา 1492/2528ฎีกา 1138/2529ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 8688/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 1591/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา