⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3373/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้ ก็ต่อเมื่อนายจ้างได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว

ย่อคำพิพากษา

นายจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้ นายจ้างจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวคืนจากลูกจ้างได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 426 นายบุญธรรมผู้ตายเป็นลูกจ้างโจทก์ขับรถส่งสินค้าโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเสียหาย ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.426

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔,๐๗๙,๑๗๑.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นองค์การของรัฐมีวัตถุประสงค์รับขนส่งสินค้า นายบุญธรรม ปัญญาครอง เป็นลูกจ้างโจทก์ ได้สมัครเข้าทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ปรากฏตามใบสมัครงานเอกสารหมาย จ.๑ นายบุญธรรมถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ปรากฏตามมรณะบัตรเอกสารหมาย จ.๒ จำเลยทั้งสามเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายปรากฏตามคำร้องขอรับเงินของทายาทเอกสารหมาย จ.๓ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๗ ผู้ตายขับรถบรรทุกเครื่องทำน้ำตาลจากคลองเตยไปจังหวัดชัยภูมิ ผู้ตายประมาททำให้ของที่บรรทุกตกลงมาเสียหาย ผู้ว่าจ้างได้ฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่ง คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ โจทก์ได้ชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาไปแล้วเป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๕ หนี้รายนี้โจทก์ให้ผู้ตายร่วมรับผิดเป็นเงิน ๖๗๒,๘๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๖ ผู้ตายผ่อนชำระแล้วบางส่วนคงเหลือหนี้อยู่ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๓๖ ผู้ตายขับรถส่งสินค้าโดยประมาททำให้สินค้าเครื่องทำน้ำเย็นตกลงมาจากรถได้รับความเสียหาย ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๘ ต่อมาผู้เสียหายได้ฟ้องโจทก์และผู้ตายต่อศาลแพ่ง ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้หนี้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์คดีนี้ยื่นอุทธรณ์ ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ก่อนฟ้องโจทก์เรียกร้องให้นายปุ่น ศรีสุราช ผู้ค้ำประกันในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ นายปุ่นได้ชำระหนี้ให้โจทก์อีก ๑๐,๐๐๐ บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ ผู้ตายมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและค่าจ้างเดือนสุดท้าย โจทก์ได้นำเงินดังกล่าวไปหักชำระหนี้เก่าแล้วปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๑ เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๔ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นบุตรและทายาทของผู้ตายชำระหนี้จำนวนดังกล่าวคืนโจทก์ได้ ส่วนหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ โจทก์ยังมิได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทนายบุญธรรม ปัญญาครอง ผู้ตาย ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน ๕๓,๖๒๗.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ (วันฟ้อง) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ แต่ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสาม คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายบุญธรรมผู้ตายร่วมกันชดใช้หนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่โจทก์หรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของนายบุญธรรมผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้นั้น โจทก์จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ชดใช้แก่บุคคลภายนอกไปแล้วคืนจากลูกจ้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเอกสารหมาย จ.๙ ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2545 องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โจทก์ นายสำราญหรือรัตน์ติกรณ์ ปัญญาครอง ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) · จำเลย - นายสำราญหรือรัตน์ติกรณ์ ปัญญาครอง ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายประทีป อ่าววิจิตรกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 735/2537ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา