⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3514/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3514/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ถือเป็นที่สุดและต้องห้ามฎีกา

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่3 โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226(1) คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชี ตั๋วสัญญาใช้เงิน ค้ำประกัน และจำนอง จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเรียกนายพรเทพ แซ่โค้ว นายสมศักดิ์ ประภาสพงษ์ นายชัยวงศ์ จันทร์รุจิพัฒน์ และนายสุทธิ ตันติพิสิฐกุล เข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จะใช้สิทธิไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๗ (๓) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ต่อมาวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง แต่ให้รับเป็นคำโต้แย้งคัดค้าน จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับเป็นคำโต้แย้งคัดค้านคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์อีกครั้งฉบับวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๔ และขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ ๒ และที่๓ อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ที่ขอให้เรียกนายพรเทพ แซ่โค้ว นายสมศักดิ์ ประภาสพงษ์ นายชัยวงศ์ จันทร์รุจิพัฒน์ และนายสุทธิ ตันติพิสิฐกุล เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๑) จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ โดยเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์เช่นกัน ย่อมมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๖ วรรคหนึ่ง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ นายทวี ประจวบลาภ ผู้ช่วย นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3514/2545 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด(มหาชน) บ. พันธ์ทิพย์เทรดดิ้ง จำกัดที่1 กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด(มหาชน) - ธนาคารนครหลวงไทย · กับพวก - บ. พันธ์ทิพย์เทรดดิ้ง จำกัดที่1
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุภิญโญ ชยารักษ์ · วิชา มหาคุณ · วิชัย วิวิตเสวี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ โกวิทยา · ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 8277/2551ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 3190/2530ฎีกา 1609/2506ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 9276/2542ฎีกา 1333/2531ฎีกา 9407/2546ฎีกา 2293/2519ฎีกา 6374/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา