คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3860/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นอื่นที่โจทก์ฟ้อง การอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้อแรกเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โดยมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทอื่น โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรย้อนสำนวนไปให้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยประเด็นอื่นที่ยังมิได้วินิจฉัย ถือไม่ได้ว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ แต่เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยและการประเมินของพนักงานเก็บภาษีเขตปทุมวัน และให้ประเมินค่ารายปีกับค่าภาษีโรงเรือนของอาคารเลขที่ ๔/๑-๒ ถนนราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง ให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๗๖,๓๙๕,๖๘๘.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งเรียกสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าเป็นโจทก์ร่วม จำเลยให้การสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์และโจทก์ร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ ๓๐,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์เป็นรายข้อหาตามจำนวนปี ศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้ในประเด็นแห่งคดี โจทก์อุทธรณ์ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามฟ้องเป็นรายข้อหาดังที่เสียไว้ในขณะยื่นฟ้อง การที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพียง ๒๐๐ บาท จึงไม่ชอบ ให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลให้ครบภายใน ๗ วัน
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้อแรกเรื่องอำนาจฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทอื่น การที่โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางในประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวโดยอ้างว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรย้อนสำนวนไปให้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยประเด็นอื่นที่ยังมิได้วินิจฉัย ดังนี้แม้อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นก็มีผลเพียงว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยเท่านั้นยังมิได้ทำให้โจทก์ชนะคดีตามคำขอบังคับท้ายฟ้องแต่ประการใด ถือไม่ได้ว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ หากแต่เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ข้อ (๒) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นรายข้อหา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ศาลภาษีอากรกลางรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3860/2545
บริษัทวังเพชรบูรณ์ จำกัด โจทก์
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โจทก์ร่วม
กรุงเทพมหานคร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทวังเพชรบูรณ์ จำกัด · โจทก์ร่วม - สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ · จำเลย - กรุงเทพมหานคร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลภาษีอากรกลาง - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา