คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยไม่มีสิทธิ แต่ไม่มีเจตนาทุจริตแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
รองเท้าแตะของโจทก์ร่วมตกอยู่ที่บริเวณประตูบ้านของจำเลยก็เพราะโจทก์ร่วมทำหลุดไว้ เนื่องจากเหตุวิวาทชกต่อยกันระหว่างจำเลยกับ ส. จำเลยจึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้วเก็บรองเท้าแตะของโจทก์ร่วมและนำไปมอบให้พนักงานสอบสวนแสดงว่าจำเลยมิได้เอารองเท้าแตะของโจทก์ร่วมไปเป็นของตนหรือผู้อื่นในลักษณะที่เป็นการประทุษร้ายต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของโจทก์ร่วม แม้จำเลยจะไม่มีสิทธิเก็บเอารองเท้าแตะของโจทก์ร่วมไว้ก็ตาม ก็มิใช่เหตุที่จะถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางสาววัฒนา แซ่โง้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334ลงโทษจำคุก 15 วัน ปรับ 3,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 วัน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2542 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา เกิดเหตุวิวาทชกต่อยกันระหว่างจำเลยกับนายสมชัย แซ่โง้ว พี่ของโจทก์ร่วมที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 655 ซอยกรุงธนบุรี 4 ถนนกรุงธนบุรี แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นตึกแถวของจำเลย โจทก์ร่วม นางจินตนา เถียรกิตติ และนายสมคิด แซ่โง้ว พี่อีกสองคนของโจทก์ร่วมเข้าไปร่วมอยู่ในเหตุชกต่อยกันดังกล่าวด้วย ต่อมามีผู้แยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน ปรากฏว่ารองเท้าแตะของโจทก์ร่วม 1 ข้างและรองเท้าแตะของนายสมชัย 1 ข้าง ตกอยู่บริเวณประตูบ้านของจำเลย หลังเกิดเหตุจำเลยเก็บรองเท้า 2 ข้างดังกล่าวเข้าไปในบ้านของจำเลยและถ่ายรูปไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.4 วันที่ 4 กรกฎาคม 2542 จำเลยนำรองเท้า 2 ข้างดังกล่าวไปมอบให้ร้อยตำรวจโทโฆษิต เฮงจำรัส พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ ในปัญหาข้อนี้เห็นว่า รองเท้าแตะของโจทก์ร่วมตกอยู่ที่บริเวณประตูบ้านของจำเลยก็เพราะโจทก์ร่วมทำหลุดไว้ เนื่องจากเหตุวิวาทชกต่อยกันระหว่างจำเลยกับนายสมชัย จำเลยจึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้วเก็บรองเท้าแตะของโจทก์ร่วมและนำไปมอบให้พนักงานสอบสวน แสดงว่าจำเลยมิได้เอารองเท้าแตะของโจทก์ร่วมไปเป็นของตนหรือผู้อื่นในลักษณะที่เป็นการประทุษร้ายต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของโจทก์ร่วม แม้จำเลยจะไม่มีสิทธิเก็บเอารองเท้าแตะของโจทก์ร่วมไว้ดังที่โจทก์ร่วมอ้างในฎีกาก็ตามก็มิใช่เหตุที่จะถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2545
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นางสาว วัฒนา แซ่โง้ว โจทก์
นาย เกษม แซ่เฮง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาว วัฒนา แซ่โง้ว · จำเลย - นาย เกษม แซ่เฮง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ