⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4366/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้ที่ลงชื่อในเอกสารโดยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม และไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้เอกสารปลอมนั้น ถือว่าขาดเจตนาในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

หลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับการชักชวนจาก ส. ให้นำหลักทรัพย์ที่เป็นโฉนดที่ดินไปใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ไปขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินทั้งสองแปลงเพื่อนำไปใช้ในเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่เอกสารทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหาได้มอบให้ ส. ไป แม้จะปรากฏว่าในครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหารายใดได้ ก็ไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดว่าเนื่องมาจากหลักทรัพย์ของตนมีราคาต่ำเกินไปหรือไม่ อันอาจทำให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรู้เห็นในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมในการขอให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งต่อไป แต่กลับปรากฏว่าในการขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยครั้งเกิดเหตุนี้ มีชายคนหนึ่งเขียนรายละเอียดในเอกสารที่เป็นแบบพิมพ์และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อในคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหามีอาชีพทำนา อายุ 57 ปี เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่ได้ตรวจดูเอกสารให้ถี่ถ้วนก็ได้ จึงน่าเชื่อว่าก่อนมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้มีคนบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อจริง ซึ่งการลงชื่อของผู้ถูกกล่าวหาก็คงหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนในการที่นำหลักทรัพย์ของตนมาใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าหนังสือรับรองราคาประเมินเป็นเอกสารปลอมการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงขาดเจตนาในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมยื่นต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ถูกกล่าวหาได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 28091 และ 28276 ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นหลักประกันในการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย พร้อมทั้งแสดงราคาที่ดินโดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย จำนวน 2 ฉบับ ความปรากฏต่อมาว่าหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย ทั้งสองฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (ที่ถูก 31(1)), 33 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่า หลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับการชักชวนจากนางสำรวยให้นำหลักทรัพย์ที่เป็นโฉนดที่ดินไปใช้ ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ไปขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินทั้งสองแปลง ซึ่งระบุว่า เพื่อนำไปใช้ในเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งตรงกับที่ผู้ถูกกล่าวหาเบิกความ แต่เอกสารทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหาได้มอบให้นางสำรวยไป แม้จะปรากฏว่าในครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหายรายใดได้ ก็ไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดว่าเนื่องมาจากหลักทรัพย์ของตนมีราคาต่ำเกินไปหรือไม่ อันอาจทำให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรู้เห็นในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมในการขอให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งต่อไป แต่กลับปรากฏว่าในการขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยครั้งเกิดเหตุนี้ มีชายคนหนึ่งเขียนรายละเอียดในเอกสารที่เป็นแบบพิมพ์ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อในคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหามีอาชีพทำนา อายุ 57 ปี เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่ได้ตรวจดูเอกสารให้ถี่ถ้วนก็ได้ โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากบัญชีทรัพย์ในช่องรวมจำนวนเงินทั้งที่เป็นตัวอักษรและตัวเลขว่ามีการเขียนข้อความทับในข้อความเดิม จึงน่าเชื่อว่าก่อนมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้มีคนบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อจริง ซึ่งการลงชื่อของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวก็คงหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนในการที่นำหลักทรัพย์ของตนมาใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าหนังสือรับรองราคาประเมินเป็นเอกสารปลอม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงขาดเจตนาในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมยื่นต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดนนทบุรี โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหา โจทก์ นายประสงค์ คำยะ โจทก์ จ่าสิบเอกไชยวัฒน์ เจียกวัฒนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดนนทบุรี · โจทก์ - ผู้ถูกกล่าวหา · โจทก์ - นายประสงค์ คำยะ · จำเลย - จ่าสิบเอกไชยวัฒน์ เจียกวัฒนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · ดวงมาลย์ ศิลปอาชา · สมชาย จุลนิติ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 729/2483ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ