⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4536/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับของโจรจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำความผิด และผู้รับทรัพย์นั้นรู้หรือควรจะรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำความผิด หากมีข้อสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเรียกเอาเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะจากผู้เสียหายซึ่งถูกคนร้ายลักไป แต่ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับรถยนต์กระบะคืนตามที่จำเลยนัดหมาย แต่ได้รับคืนเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้ในท้องที่อื่นคนละท้องที่กับที่จำเลยนัดหมายให้ไปรับคืน ทั้งเป็นเวลาหลังจากที่จำเลยนัดหมายไว้ประมาณ 10 วัน ไม่อาจสันนิษฐานว่าคนร้ายนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้เพื่อให้ผู้เสียหายรับคืนไปได้ จำเลยอาจสวมรอยคนร้ายเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเพียงลำพัง มิได้ช่วยคนร้ายจำหน่ายรถยนต์กระบะของผู้เสียหายโดยวิธีให้ผู้เสียหายไถ่คืน พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ , ๓๕๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๔๔,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคแรก จำคุก ๔ ปี จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๓ ปี ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ เวลาประมาณ ๓ นาฬิกา ขณะนายเซี้ยน มีเสน ผู้เสียหายนอนอยู่ที่บ้าน ได้ยินเสียงสุนัขเห่า จึงลุกขึ้นมาดู เห็นคนร้าย ๔ คน กำลังเข็นรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น - ๖๗๓๐ พัทลุง ของผู้เสียหายออกจากบ้าน ผู้เสียหายไม่กล้าออกไปดู รุ่งเช้าผู้เสียหายไปแจ้งแก่นายถวิล ทองรักขาว ผู้ใหญ่บ้าน นายถวิลพาชาวบ้านช่วยติดตามรถยนต์กระบะ แต่ไม่พบ หลังจากนั้นอีกประมาณ ๑๐ วัน มีคนบอกผู้เสียหายว่าจำเลยฝากมาบอกว่า หากจะไถ่รถยนต์กระบะคืนให้ติดต่อจำเลยได้ ผู้เสียหายจึงให้นายสว่าง อนงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ซึ่งรู้จักจำเลยพาไปพบจำเลยที่อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เสียหายพูดคุยกับบิดาจำเลยและจำเลย จำเลยเรียกเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายต่อรองเหลือจำนวน ๕๕,๐๐๐ บาท และจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยไป จำเลยบอกผู้เสียหายว่าอีก ๒ วัน ให้ไปรับรถยนต์กระบะคืนที่อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เสียหายไปตามนัด แต่ไม่ได้รถยนต์กระบะคืน ต่อมาอีกประมาณ ๑๐ วัน เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอทุ่งสงยึดได้รถยนต์กระบะดังกล่าวซึ่งจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราในท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เสียหายจึงนำหลักฐานไปขอรับรถยนต์กระบะคืนแต่พบว่าเครื่องปรับอากาศและวิทยุเทปติดรถยนต์สูญหายไป ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาจำเลยเข้ามอบตัวต่อสู้คดี ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่รับเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะของผู้เสียหาย จำเลยนำสืบปฏิเสธ โดยอ้างฐานที่อยู่ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายหลายคนเข้าไปในเคหสถานของนายเซี้ยน มีเสน ผู้เสียหาย แล้วร่วมกันลักรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น - ๖๗๓๐ พัทลุง ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ต่อมาวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๓๘ เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้รถยนต์กระบะของผู้เสียหายซึ่งจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราในท้องที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจร ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยเรียกเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายต่อรองเหลือจำนวน ๕๕,๐๐๐ บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยไป จำเลยบอกผู้เสียหายว่าอีก ๒ วัน ให้ไปรับรถยนต์กระบะคืนที่อำเภอบางขัน ผู้เสียหายไปตามนัด แต่ไม่ได้รถยนต์กระบะคืน หลังจากนั้นอีกประมาณ ๑๐ วัน เจ้าพนักงานตำรวจพบรถยนต์กระบะของผู้เสียหายจอดทิ้งไว้ในสวนยางพาราในท้องที่อำเภอทุ่งสง เห็นว่า แม้จำเลยจะเรียกเอาเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะจากผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับรถยนต์กระบะคืนตามที่จำเลยนัดหมาย หากแต่ได้รับคืนเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้ในท้องที่อำเภอทุ่งสงคนละอำเภอกับที่จำเลยนัดหมายให้ไปรับคืน ทั้งเป็นเวลาหลังจากที่จำเลยนัดหมายไว้นานถึงประมาณ ๑๐ วัน ไม่อาจสันนิษฐานว่าคนร้ายนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้เพื่อให้ผู้เสียหายรับคืนไปได้ จำเลยอาจสวมรอยคนร้ายเรียกเอาเงินจากผู้เสียหายเพียงลำพัง มิได้ช่วยคนร้ายจำหน่ายรถยนต์กระบะของผู้เสียหายโดยวิธีให้ผู้เสียหายไถ่คืนก็ได้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ หรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2545 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายสมพงษ์หรือพิพัฒพงศ์หรือโหนด พินสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายสมพงษ์หรือพิพัฒพงศ์หรือโหนด พินสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · วิรัช ลิ้มวิชัย · จิระวรรณ ศิริบุตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวผจงธรณ์ วรินทรเวช · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสุรทิน สาเรือง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 113/2566ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา