⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 595/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ได้กระทำการใดๆ อันแสดงให้เห็นว่ายอมรับหรือรับทราบถึงการมีอยู่ของหนี้สินที่มีอยู่จริง เช่น การขอผ่อนชำระหนี้ การชำระหนี้บางส่วน หรือการยอมให้เจ้าหนี้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ และหากมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ แต่ลูกหนี้ได้กระทำการรับสภาพหนี้นั้นแล้ว ย่อมถือว่าไม่มีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งอันจะนำไปสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการก่อนการฟ้องคดีได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมิได้ชำระตามสัญญาซื้อขาย จำเลยมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้และมีหนังสือขอชำระหนี้ นอกจากนี้จำเลยยังได้ชำระหนี้ที่ค้างชำระบางส่วนให้แก่โจทก์ ทั้งยังยอมให้โจทก์เรียกให้ธนาคารผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน ซึ่งธนาคารผู้ค้ำประกันได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ไปเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นกรณีที่จำเลยได้รับสภาพหนี้ตามสัญญาซื้อขายให้แก่โจทก์แล้ว แม้สัญญาซื้อขายดังกล่าวมีข้อตกลงว่าบรรดาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการ กรณีก็ไม่อาจถือได้ว่ามีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งอันเกิดจากหรือเนื่องจากสัญญาซื้อขายตามฟ้องอันโจทก์จะต้องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการก่อนฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมิได้สั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่โจทก์มิได้เสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการก่อนจึงชอบแล้ว การพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินต่างประเทศ ให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนในเวลาที่ใช้เงินตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 196

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.196 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.30 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม.5 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม.9 พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังไม่ได้ชำระตามสัญญาซื้อขายจำนวน ๑๓,๕๔๔,๐๗๓.๔๗ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๗ ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑,๗๐๘,๓๖๒.๗๖ ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินหลายจำนวน จนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ ทั้งนี้โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นวันทำการในวันที่มีคำพิพากษาเป็นเกณฑ์ ถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันดังกล่าว ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้นก่อนวันมีคำพิพากษา ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ ๒๐๐,๐๐๐ บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงว่าบรรดา ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการ มีข้อความว่า บรรดาข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่เกิดจากหรือเนื่องด้วย ข้อสัญญาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายคดีนี้ ย่อมหมายรวมถึงการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ด้วย หากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งการเรียกร้องให้ชำระหนี้ดังกล่าว ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมิได้ชำระจำนวน ๗ เที่ยว เป็นเงิน ๑๓,๘๑๑,๓๕๒.๗๖ ดอลลาร์สหรัฐ จำเลยมิได้โต้แย้งหรือปฏิเสธหนี้จำนวนดังกล่าว กลับมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ และมีหนังสือขอชำระหนี้โดยการโอนสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อลูกหนี้รายอื่น และเสนอนำทรัพย์สินมาจำนองเป็นประกัน นอกจากนี้ยังได้ความว่า จำเลยได้ชำระหนี้ ที่ค้างชำระดังกล่าวบางส่วนจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่โจทก์ ทั้งยังยอมให้โจทก์เรียกให้ธนาคาร ท. ผู้ค้ำประกัน ชำระหนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งธนาคาร ท. ก็ได้ชำระเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่โจทก์ไปเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นกรณีที่จำเลยได้รับสภาพหนี้ตามสัญญาซื้อขายให้แก่โจทก์แล้ว กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่ามีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งอันเกิดจากหรือเนื่องจากสัญญาซื้อขายตามฟ้องอันโจทก์จะต้องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการก่อนฟ้อง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลางมิได้สั่งจำหน่ายคดีนี้เพราะเหตุที่โจทก์มิได้เสนอคดีนี้ต่ออนุญาโตตุลาการก่อน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่พิพากษาให้จำเลย ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นวันทำการในวันที่มีคำพิพากษานั้น ยังไม่ชอบด้วยเหตุผล สมควรให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนในเวลาที่ ใช้เงิน ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๖ พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยจะชำระเป็นเงินไทย ให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราถัวเฉลี่ยของ ธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในวันที่มีการใช้เงินถ้าไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนในวันดังกล่าว ให้ถือเอาวันสุดท้ายที่มีอัตราแลกเปลี่ยนเช่นว่านั้น ก่อนวันที่มีการใช้เงิน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและ การค้าระหว่างประเทศกลาง ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 595/2545 ฮุนได คอร์ปอเรชั่น โจทก์ บริษัทสยามเฆมี จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ฮุนได คอร์ปอเรชั่น · จำเลย - บริษัทสยามเฆมี จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายสุนัย มโนมัยอุดม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา