⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6593/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6593/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีที่ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดกซึ่งกระทบกระเทือนถึงสิทธิของทายาทอื่นที่มิได้เป็นคู่ความในคดี ย่อมไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์ได้ และปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ สาขาตาคลี จำเลยที่ 2 ในฐานะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ และเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนมรดกที่ดินของ ว. บิดาให้แก่ ม. มารดาซึ่งก็ถึงแก่ความตายไปแล้วเช่นกัน โดยอ้างว่า ว. ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่โจทก์เพียงผู้เดียวก่อนถึงแก่ความตาย ม. ผู้เป็นมารดาจึงไม่มีสิทธิที่จะรับมรดกที่ดินดังกล่าวมาแต่ต้น อันเป็นการโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์กับกองมรดกของ ม. โดยตรง และการขอให้ เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดกดังกล่าวย่อมกระทบกระเทือนถึงสิทธิของทายาทอื่นที่มีสิทธิรับมรดกของ ม. ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องหรือขอให้เรียกทายาทของ ม. เข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย ผลของคำพิพากษาย่อมไม่มีผลผูกพันทายาทอื่นของ ม. ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลก็มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๑๖๓ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๑๒๐๐ ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หากจำเลยทั้งสามไม่เพิกถอน ขอให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายวงษ์ เงินทอง เนื่องจากข้อกำหนดในพินัยกรรมที่โจทก์อ้างไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งว่านายวงษ์จะยกทรัพย์สินอะไรให้แก่บุคคลใด และไม่มีข้อความระบุว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของนายวงษ์ ลายมือชื่อผู้เขียนพินัยกรรมมิใช่ลายมือชื่อของนายวงษ์ พินัยกรรมจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นกรรมสิทธิ์รวมของนายวงษ์กับนางมะลิ เมื่อนายวงษ์ถึงแก่ความตายนางมะลิย่อมมีสิทธิรับมรดกที่ดินในส่วนของนายวงษ์ และเมื่อนางมะลิขอรับโอนที่ดินมรดกดังกล่าวของนายวงษ์ โจทก์และทายาทโดยชอบธรรมทุกคนของนายวงษ์ทำหนังสือแสดงเจตนาสละมรดกให้แก่นางมะลิ จำเลยที่ ๑ สอบสวนทำบัญชีเครือญาติและประกาศเรื่องจดทะเบียนมรดกของนายวงษ์ผู้ตายตามระเบียบแล้ว ไม่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรม การโอนมรดกที่ดินของนายวงษ์ให้แก่นางมะลิจึงชอบด้วยกฎหมายและระเบียบราชการ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามโดยไม่ต้องฟ้องทายาทของนางมะลิหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามเพิกถอนการจดทะเบียนโอนมรดกรายนางมะลิซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้วออกจากโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยอ้างว่านายวงษ์บิดาได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ก่อนถึงแก่ความตาย นางมะลิผู้เป็นมารดาจึงไม่มีสิทธิที่จะรับมรดกที่ดินดังกล่าวมาแต่ต้น อันเป็นการโต้แย้งสิทธิระหว่างโจทก์กับกองมรดกของนางมะลิโดยตรง และการขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดกดังกล่าวย่อมกระทบกระเทือนถึงสิทธิของทายาทอื่นที่มีสิทธิรับมรดกของนางมะลิผู้ตาย ซึ่งเป็นบุคคลนอกคดี เมื่อโจทก์ไม่ได้ฟ้องหรือขอให้เรียกทายาทของนางมะลิเข้ามาเป็นคู่ความในคดีด้วย ผลของคำพิพากษาย่อมไม่มีผลผูกพันทายาทอื่นของนางมะลิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอของโจทก์ได้ ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลก็มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) สำหรับฎีกาข้ออื่นของโจทก์มิใช่ข้อสาระสำคัญที่จะทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6593/2545 นางสวรรค์ ทับสวัสดิ์ โจทก์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ สาขาตาคลี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสวรรค์ ทับสวัสดิ์ · จำเลย - เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ สาขาตาคลี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายประโยชน์ ดีสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสมศักดิ์ จันทรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา