⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6634/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6634/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หาดทรายชายทะเลที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้จะเปลี่ยนแปลงสภาพโดยธรรมชาติ ก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินจนกว่าจะมีการตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนสภาพดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

หาดทรายชายทะเลซึ่งชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะเปลี่ยนแปลงสภาพโดยธรรมชาติโดยทะเลตื้นเขินขึ้น แต่ก็เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) ตราบใดที่ทางราชการยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรคสอง ที่ดินพิพาทก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ไม่ โจทก์มิใช่ผู้ยึดถือที่ดินพิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ครบกำหนดแล้วไม่ยอมออกจากที่ดินของโจทก์ ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยเคยเช่าที่ดินของโจทก์แต่จำเลยออกจากที่ดินที่เช่าแล้ว ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โจทก์ไม่เสียหายตามที่ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าที่ดินในบริเวณหมายเลข 1 และ 2 ในแผนที่พิพาทเป็นที่ดินที่งอกจากที่ดินของโจทก์ แต่เป็นที่ดินซึ่งเดิมเป็นหาดทรายชายทะเล ได้ความจากคำเบิกความของ นายโหยบ หวันมะ และนายนพดล ดีโหมด พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งที่ดินพิพาทตั้งอยู่ว่า ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันในที่ดินพิพาท โดยใช้ตากกุ้งและตากปลา อันเป็นการใช้ทรัพย์สินของแผ่นดินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน โดยโจทก์ไม่เคยทำประโยชน์ โจทก์เพิ่งล้อมรั้วสังกะสีเมื่อประมาณ 5 ถึง 6 เดือน มาเท่านั้น ฉะนั้น ที่ดินพิพาทแม้จะเปลี่ยนแปลงสภาพโดยธรรมชาติโดยทะเล ตื้นเขินขึ้นแต่ก็เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เช่นนี้ จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) ตราบใดที่ทางราชการยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 วรรคสอง ที่ดินพิพาทก็ยังคงเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ ซึ่งสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองหรือมีกรรมสิทธิ์ไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินและโจทก์มิใช่ผู้ยึดถือที่ดินพิพาท เช่นนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6634/2545 นากิมซ้วน เชาวลิต โจทก์ นางสะริมะ ลังกาบำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นากิมซ้วน เชาวลิต · จำเลย - นางสะริมะ ลังกาบำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสพสุข บุญเดช · จรัส พวงมณี · จรูญวิทย์ ทองสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวดวงฤดี คงหนู · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3198/2543ฎีกา 1106/2501ฎีกา 5389/2549ฎีกา 836/2484ฎีกา 2351/2525ฎีกา 6432/2548ฎีกา 3924/2539ฎีกา 2393/2523ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 7592/2542ฎีกา 130/2538ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 3409/2554ฎีกา 4219/2556ฎีกา 162/2512ฎีกา 1563/2537ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา