คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้กระทำความผิดอีกในระหว่างที่รอการลงโทษไว้ ศาลที่พิพากษาในคดีหลังต้องนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ และจำเลยที่ 1 ให้การรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ เมื่อในระหว่างที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน จำเลยที่ 1 ได้มากระทำความผิดในคดีนี้อีก ศาลที่พิพากษาในคดีหลังจึงต้องนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ แม้ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ และจำเลยที่ 1 มิได้ฎีกา เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก กรณีมิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 เพราะกฎหมายบังคับให้ศาลที่พิพากษาในคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ , ๒๘๘ , ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๘ ทวิ , ๗๒ , ๗๒ ทวิ ริบของกลางและนำโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๖๓๔/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้
จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ
จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองแต่ไม่ได้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ในคดีก่อน
คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ และจำเลยที่ ๑ ให้การรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ เมื่อในระหว่างที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อน จำเลยที่ ๑ ได้มากระทำความผิดในคดีนี้อีก ศาลที่พิพากษาในคดีหลังจึงต้องนำโทษจำคุก ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ แม้ศาลล่างทั้งสองไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจนำโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคแรก และกรณีนี้มิใช่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ ๑ เพราะกฎหมายบังคับให้ศาลพิพากษาในคดีหลังบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลังด้วย ทั้งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๖๓๔/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๐ ปี ๑๑ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2545
พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
นายอะนัน ใจงาม ที่ 1 และพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายอะนัน ใจงาม ที่ 1 และพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรูญวิทย์ ทองสอน · ไพศาล เจริญวุฒิ · วิชัย วิสิทธวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสวัสดิ์ คงใหม่ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายชัชลิต ละเอียด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา