⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1160/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ลูกจ้างจะกระทำนอกเหนือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หากการกระทำนั้นเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงานและนายจ้างไม่ได้ควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยที่ 1 จะมีหน้าที่ขนวัสดุก่อสร้างไม่มีหน้าที่ขับรถและรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 มี ร. เป็น คนขับประจำ แต่จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 การที่จำเลยที่ 1 ขึ้นไปติดเครื่องยนต์ในระหว่างทำการงานให้แก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นนายจ้าง โดย ร. ก็ไม่ได้ควบคุมดูแล ทำให้รถแล่นไปชนโจทก์ พ. และเด็กหญิง บ. ได้รับอันตรายสาหัส และต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตายนั้น เห็นได้ว่าขณะเกิดเหตุละเมิดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและ ลูกจ้างยังคงมีอยู่ กรณีจึงต้องถือว่า การละเมิดเกิดขึ้นขณะจำเลยที่ 1 ลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของลูกจ้างมิใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เยาว์อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ โดยจำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของผู้ครอบครองและถือกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ๘๑ - ๓๓๐๖ อุบลราชธานี จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๑ นำสินค้าไปส่ง โดยใช้รถยนต์คัน ดังกล่าวเป็นพาหนะ ขณะที่จำเลยที่ ๑ และผู้มีชื่อช่วยกันขนสินค้าลงจากรถยนต์ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยที่ ๑ ได้ขึ้นไปบนรถยนต์แล้วบิดกุญแจสวิตช์และเปิดสวิตช์ติดเครื่องยนต์ ทำให้รถยนต์ดังกล่าวพุ่งชนโจทก์ นางพุฒ เชื้อชัย และเด็กหญิงเบญจมาศ ขันธมาลัย ซึ่งนั่งอยู่บริเวณหน้ารถยนต์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส การกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ดูแลใช้ความระมัดระวังแก่จำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๒ หาได้ใช้ความระมัดระวังไม่ โจทก์ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๒๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นายบุญศรี หอมหวน ทายาทของโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน ๑๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสี่ใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในชั้นอุทธรณ์ว่า รถยนต์หมายเลขทะเบียน ๘๑ - ๓๓๐๖ อุบลราชธานี เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๑ และคนงานไปส่งวัสดุก่อสร้างโดยใช้รถยนต์หมายเลขทะเบียน ๘๑ - ๓๓๐๖ อุบลราชธานี เป็นพาหนะบรรทุกสิ่งของไปส่ง มีนายราวี วันหลัง เป็นคนขับ ในระหว่างที่มีการขนถ่ายสิ่งของ จำเลยที่ ๑ ได้ติดเครื่องยนต์ทำให้รถยนต์คันดังกล่าวแล่นไปชนโจทก์ นางพุฒ เชื้อชัย และเด็กหญิงเบญจมาศ ขันธมาลัย ได้รับอันตรายสาหัส ต่อมาโจทก์ได้ถึงแก่ความตาย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ในข้อกฎหมายว่า การกระทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ ถือว่าเป็นการกระทำในทางการที่จ้างหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะมีหน้าที่ขนวัสดุก่อสร้างไม่มีหน้าที่ขับรถ และรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ ๓ มีนายราวี วันหลัง เป็นคนขับประจำ แต่จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ การที่จำเลยที่ ๑ ขึ้นไปติด เครื่องยนต์ในระหว่างทำการงานให้แก่จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นนายจ้าง โดยนายราวีก็ไม่ได้ควบคุมดูแล ทำให้รถแล่นไปชนโจทก์ นางพุฒและเด็กหญิงเบญจมาศได้รับอันตรายสาหัสและ ต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตายนั้น เห็นได้ว่า ขณะเกิดเหตุละเมิดความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างยังคงมีอยู่ กรณีจึงต้องถือว่าการละเมิดเกิดขึ้นขณะ จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของลูกจ้าง มิใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ที่ศาลล่าง ทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2546 นางแพงศรี เชื้อชัยหรือหอมหวล โจทก์ นายหนูกรณ์ ยืดยาว ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแพงศรี เชื้อชัยหรือหอมหวล · จำเลย - นายหนูกรณ์ ยืดยาว ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · สมชัย จึงประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเจตน์พัฒน์ วารีเจริญชัย · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายอาวุธ ปั้นปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา