⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1249/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2546

ป.พ.พ. ม.1349, 1359 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของรวมคนหนึ่งมีสิทธิใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก และถือเป็นการยกข้อต่อสู้แทนเจ้าของรวมคนอื่นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่ดินมีโฉนดร่วมกับ จ. การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยกับ จ. ไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ด เป็นกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้โจทก์ทั้งเจ็ดซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และถือเป็นการยกข้อต่อสู้แทน จ. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอีกคนหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1359 แม้โจทก์ทั้งเจ็ดมิได้ฟ้อง จ. ด้วย ผลแห่งคดีย่อมต้องผูกพันถึง จ. โจทก์ทั้งเจ็ดจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยแต่ผู้เดียวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้อง ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและทางจำเป็น และให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง ๓ เมตร ยาวประมาณ ๒๒ เมตร ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง ให้โจทก์ทั้งเจ็ดและบริวารใช้เป็นทางออกสู่ถนน สาธารณประโยชน์ กับให้จำเลยไปจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดมีทางออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์ได้หลายทางกล่าวคือ ในปัจจุบันโจทก์ทั้งเจ็ดผ่านที่ดินซึ่งอยู่ห่างทิศตะวันตกของที่ดินของจำเลยออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์สายบ้านนอก-ในบ้าน และโจทก์ทั้งเจ็ดสามารถออกสู่ทางสาธารณะซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดได้ นอกจากนี้โจทก์ทั้งเจ็ดยังสามารถผ่านทางพิพาทซึ่งกว้างประมาณ ๑ เมตร ยาวประมาณ ๒๒ เมตร ออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์สายบ้านนอก-ในบ้าน ได้อยู่แล้ว ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ดมีสภาพเป็นที่ราบ ไม่มีบึง สระ ทะเลหรือภูเขาล้อมรอบ ทางพิพาทจึงไม่ใช่ทางจำเป็น โจทก์ที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในที่ดินจึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นเจ้าของ ที่ดินร่วมกับนายจำเริญ จันมณี แต่คดีจี้โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องจำเลยเพียงคนเดียว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ทางพิพาทซึ่งอยู่ภายในกรอบเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทสังเขปท้ายฟ้อง เป็นทางจำเป็น ให้จำเลยเปิดทางพิพาทขนาดกว้าง ๒ เมตร ๓๐ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๒๒ เมตร ในที่ดินของจำเลยเพื่อให้โจทก์ทั้งเจ็ดและบริวารผ่านออกสู่ทางสาธารณะได้ตามปกติ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๕๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน โจทก์ทั้งเจ็ดไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องจำเลยโดยไม่ได้ฟ้องนายจำเริญ จันมณี ซึ่งเป็นเจ้าของรวมได้หรือไม่ เห็นว่า จำเลยเป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๐ ร่วมกับนายจำเริญ ตามสำเนาโฉนดที่ดิน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๙ บัญญัติว่า "เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก?" ดังนี้ การที่จำเลยซึ่งเป็น เจ้าของรวมคนหนึ่งในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๐ ดังกล่าว ได้ให้การต่อสู้คดีว่าทางพิพาทซึ่งอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๐๔๐ ไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งเจ็ด จึงเป็นกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของรวมคนหนึ่งใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้โจทก์ทั้งเจ็ดซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และถือเป็นการยกข้อต่อสู้แทนนายจำเริญซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินอีกคนหนึ่งตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวแล้ว ผลแห่งคดีนี้แม้จำเลยเจ้าของรวม คนเดียวถูกฟ้อง ก็ย่อมต้องผูกพันถึงนายจำเริญซึ่งเป็นเจ้าของรวมอีกคนหนึ่ง โจทก์ทั้งเจ็ดจึงไม่จำเป็นต้องฟ้อง นายจำเริญด้วย โจทก์ทั้งเจ็ดจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยแต่ผู้เดียวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันว่าโจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2546 นายดรุณ โฮ่ลิ่ม กับพวก โจทก์ นางเถี้ยง คงจินดามุณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดรุณ โฮ่ลิ่ม กับพวก · จำเลย - นางเถี้ยง คงจินดามุณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ แสนภักดี · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายสุทธิกรณ์ ลิบน้อย · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา