⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1940/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งทำการขายฝากสินสมรสโดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ให้ความยินยอม สิทธิของผู้ให้ความยินยอมนั้นยังคงมีอยู่ต่อไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทว่าจำเลยขายฝากที่ดินพร้อมบ้านพิพาทแก่โจทก์และพ้นกำหนดไถ่ถอนแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นสามีของจำเลย จำเลยขายฝากที่ดินและบ้านพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องขอให้เพิกถอนสัญญาขายฝาก ดังนี้แม้ศาลจะพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารก็ไม่กระทบสิทธิของผู้ร้องในฐานะคู่สมรสที่ยังคงมีอยู่ในกรณีที่มีการขายฝากของโจทก์จำเลยตามที่ผู้ร้องอ้าง สิทธิของผู้ร้องสอดจะมีอยู่เพียงใด ก็คงมีอยู่เพียงนั้นคำร้องของผู้ร้องจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 48 เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้เลขที่ 3/4 ซึ่งซื้อฝากมาจากจำเลยและพ้นกำหนดไถ่ถอนแล้ว จำเลยขออาศัยอยู่ได้ระยะหนึ่งโจทก์เรียกให้จำเลยมาทำสัญญาเช่า แต่จำเลยไม่ยอมทำ โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องกับจำเลยเป็นสามีภรรยากันจดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2523 ที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสที่ต้องจัดการร่วมกันจำเลยนำที่ดินและบ้านพิพาทไปขายฝากให้แก่โจทก์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ร้องเป็นการจัดการสินสมรสที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จึงเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับในส่วนของผู้ร้องครึ่งหนึ่ง โจทก์ต้องคืนให้แก่ผู้ร้องทั้งหมดหรืออย่างน้อยครึ่งหนึ่ง จึงเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย จึงร้องสอดเข้ามาเพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะให้เพิกถอนสัญญาขายฝาก ให้ที่ดินและบ้านพิพาทกลับคืนมาเป็นของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า คำร้องของผู้ร้องไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) จึงไม่รับคำร้อง ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินและบ้าน แม้ศาลจะพิพากษาให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารก็จะไม่กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องสอดในฐานะคู่สมรสในกรณีขายฝากของโจทก์จำเลยตามที่ผู้ร้องสอดอ้างสิทธิของผู้ร้องสอดจะมีอยู่เพียงใดก็คงมีอยู่เพียงนั้น กรณีตามคำร้องของผู้ร้องสอดจึงมิใช่เป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่า คำร้องของผู้ร้องสอดไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2546 นาง พยงค์ จิระพันธุ์วาณิช โจทก์ ผู้ร้องสอด โจทก์ ร้อยตำรวจตรี เอื้อ ชุ่มมี โจทก์ นาง บุญเกิด ชุ่มมี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พยงค์ จิระพันธุ์วาณิช · โจทก์ - ผู้ร้องสอด · โจทก์ - ร้อยตำรวจตรี เอื้อ ชุ่มมี · จำเลย - นาง บุญเกิด ชุ่มมี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานะ ศุภวิริยกุล · ประชา ประสงค์จรรยา · สดศรี สัตยธรรม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4526/2536ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497ฎีกา 2762/2536ฎีกา 602/2488ฎีกา 40/2560ฎีกา 1518/2520ฎีกา 1627/2505ฎีกา 8119/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา