⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3846/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3846/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งสิทธิอันเกิดจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายฉบับเก่า ต้องนำกฎหมายฉบับเก่ามาใช้บังคับ และหากกฎหมายฉบับเก่าไม่ได้กำหนดอายุความไว้ ให้ใช้บทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ย่อคำพิพากษา

เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 อันเป็นเวลาที่ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ใช้บังคับอยู่ การโต้แย้งสิทธิอันเกิดจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าย่อมต้องนำ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาใช้บังคับ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ย่อมต้องตกอยู่ในบังคับของมาตรา 41 (1) แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มิใช่บทบัญญัติของมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 เมื่อบทบัญญัติในมาตรา 41 มิได้กำหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหมือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 จึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 เดิม หรือมาตรา 193/30 ใหม่ ซึ่งมีกำหนด 10 ปี มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยต้องเริ่มนับอายุความขณะที่อาจบังคับสิทธินั้นได้เป็นต้นไป ตามมาตรา 169 เดิม หรือมาตรา 193/12 ใหม่ คือนับแต่วันที่ 14 กันยายน 2524 อันเป็นวันจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้วันที่ 2 กรกฎาคม 2539 จึงเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ โจทก์ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 7 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ชนิดสินค้าเครื่องฉีดพ่นที่ใช้กำลังเครื่องจักรและส่วนของเครื่องดังกล่าวซึ่งอยู่ในจำพวกนี้ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2520 ตามทะเบียนเลขที่ 62856 ส่วนจำเลยที่ 1 ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 6 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ชนิดสินค้า เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบฉีดน้ำ และเครื่องฉีดยาฆ่าแมลง (ที่มีมอเตอร์) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 ตามทะเบียนเลขที่ 76857 โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าตราเพชรที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 6 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรตามทะเบียนเลขที่ 76857 กับสินค้าท่อน้ำและสายยางมาตั้งแต่ปลายปี 2511 การที่จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรกับสินค้าเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงและเครื่องสูบน้ำตรงตามรูปเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าดังกล่าวและระบุชื่อจำเลยที่ 1 ไว้ที่ตัวสินค้าให้เห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะสินค้าของจำเลยที่ 1 ได้ระบุหมายเลข "76857" ซึ่งเป็นเลขทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรของจำเลยที่ 1 ไว้ที่ใต้รูปเครื่องหมายการค้าเพชรติดไว้ที่ตัวสินค้าด้วย จำเลยที่ 1 มิได้เอาชื่อบริษัทโจทก์มาติดไว้ที่ตัวสินค้าของจำเลยที่ 1 ทั้งมิได้นำเครื่องหมายการค้าของโจทก์มาใช้แต่อย่างใด พฤติการณ์และลักษณะการใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรของจำเลยที่ 1 กับสินค้าของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำการลวงขายสินค้าของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นสินค้าของโจทก์อันจะเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปเพชรของโจทก์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงที่มีมอเตอร์ โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเนื่องจากการลวงขายตามฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้าและประกาศหนังสือพิมพ์แล้ว กับให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสองตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ 119892 ทะเบียนเลขที่ 76857 ลงวันที่ 14 กันยายน 2524 และให้จำเลยทั้งสองโฆษณาการเพิกถอนตามคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันจำนวน 4 ฉบับ คือ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์บ้านเมือง เป็นเวลา 15 วัน จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสอง เดือนละ 1,400,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไป กับให้โจทก์ประกาศขอขมาต่อจำเลยทั้งสองและยืนยันความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย 2 ฉบับ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน โจทก์ให้การ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความทั้งสองฝ่ายไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าตราเพชร ที่มีอักษรจีน อ่านว่า จึ้งเจี๊ยะไป๊ และอักษรโรมัน คำว่า DIAMOND อ่านว่าไดมอนด์ แปลว่า เพชร อยู่ใต้รูปเพชร คือเครื่องหมายการค้า โดยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ที่ไต้หวันเมื่อปี 2515 และได้จดทะเบียนในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2520 ไว้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 7 เดิม ชนิดสินค้า เครื่องฉีดพ่นที่ใช้กำลังเครื่องจักรและส่วนของเครื่องดังกล่าวซึ่งอยู่ในจำพวกนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมคือเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าจำพวกที่ 6 เดิม ชนิดสินค้า เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบฉีดน้ำ และเครื่องฉีดยาฆ่าแมลง (ที่มีมอเตอร์) เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2537 โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์เพื่อใช้กับสินค้าจำพวกที่ 7 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่รับจดทะเบียนให้ เพราะเครื่องหมายการค้าของโจทก์เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำวินิจฉัยยืนตามคำปฏิเสธของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เป็นอันดับแรกว่า คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ขาดอายุความหรือไม่ ตามคำฟ้องของโจทก์ โจทก์อ้างว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งสอง โดยโจทก์เป็นผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าจำเลยทั้งสองผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เห็นว่า เมื่อเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 อันเป็นเวลาที่ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ใช้บังคับอยู่ การโต้แย้งสิทธิอันเกิดจากการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าย่อมต้องนำ พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาใช้บังคับ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ย่อมต้องตกอยู่ในบังคับของมาตรา 41 (1) แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มิใช่บทบัญญัติของมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา เมื่อบทบัญญัติในมาตรา 41 มิได้กำหนดระยะเวลาในการใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเหมือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 จึงต้องนำบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 เดิม หรือมาตรา 193/30 ใหม่ ซึ่งมีกำหนด 10 ปี มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยต้องเริ่มนับอายุความขณะที่อาจบังคับสิทธินั้นได้เป็นต้นไป ตามมาตรา 169 เดิม หรือมาตรา 193/12 ใหม่ คือนับแต่วันที่ 14 กันยายน 2524 อันเป็นวันจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้วันที่ 2 กรกฎาคม 2539 จึงเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 500,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปหรือไม่ ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายรับกันว่า โจทก์ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 7 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ชนิดสินค้า เครื่องฉีดพ่นที่ใช้กำลังเครื่องจักรและส่วนของเครื่องดังกล่าวซึ่งอยู่ในจำพวกนี้ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2520 ตามทะเบียนเลขที่ 62856 ส่วนจำเลยที่ 1 ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 6 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ชนิดสินค้า เครื่องสูบน้ำ เครื่องสูบฉีดน้ำ และเครื่องฉีดยาฆ่าแมลง (ที่มีมอเตอร์) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2524 ตามทะเบียนเลขที่ 76857 ดังนี้ โจทก์จึงอยู่ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้าตราเพชรที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนไว้ สำหรับสินค้าในจำพวกที่ 6 ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ซึ่งโจทก์ก็อ้างในคำฟ้องว่าโจทก์ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังกล่าวกับสินค้าเครื่องฉีดยาฆ่าแมลงที่มีมอเตอร์ซึ่งเป็นสินค้าในจำพวกที่ 6 เดิม มาก่อนจำเลยทั้งสองผลิตสินค้าเครื่องฉีดยาฆ่าแมลงที่มีมอเตอร์ การจำหน่ายสินค้าเครื่องฉีดยาฆ่าแมลงที่มีมอเตอร์ภายใต้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรของจำเลยที่ 1 ทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองเป็นสินค้าของโจทก์ อันถือได้เท่ากับโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสองได้ทำการลวงขายสินค้าอันเป็นการละเมิดและต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ กรณีจึงมีปัญหาให้ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยทั้งสองได้ทำการลวงขายสินค้าของจำเลยว่าเป็นสินค้าของโจทก์หรือไม่ จากพยานหลักฐานมีเหตุผลให้เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ได้ใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรตามทะเบียนเลขที่ 76857 กับสินค้าท่อน้ำและสายยางมาตั้งแต่ปลายปี 2511 การที่จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรกับสินค้าเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงและเครื่องสูบน้ำตรงตามรูปเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าดังกล่าวและระบุชื่อจำเลยที่ 1 ไว้ที่ตัวสินค้าให้เห็นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะสินค้าของจำเลยที่ 1 ตามภาพถ่ายหมาย ล. 29 ภาพที่ 1 จำเลยที่ 1 ยังได้ระบุเลขอารบิกหมายเลข "76857" ซึ่งเป็นเลขทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปเพชรของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไว้ที่ใต้รูปเครื่องหมายการค้าเพชรติดไว้ที่ตัวสินค้าด้วย จำเลยที่ 1 มิได้เอาชื่อบริษัทโจทก์มาติดไว้ที่ตัวสินค้าของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด ทั้งมิได้นำเครื่องหมายการค้ารูปเพชรซึ่งมีอักษรจีน 3 ตัว โดยอักษรตัวกลางมีรูปเพชรอยู่ด้วยและคำว่า DIAMOND ใต้อักษรจีนดังกล่าวของโจทก์คือเครื่องหมายการค้า มาใช้แต่อย่างใด พฤติการณ์และลักษณะการใช้เครื่องหมายการค้ารูปเพชรของจำเลยที่ 1 กับสินค้าของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวยังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำการลวงขายสินค้าของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นสินค้าของโจทก์อันจะเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ารูปเพชรของโจทก์ที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้าเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงที่มีมอเตอร์ โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเดือนละ 500,000 บาท เนื่องจากการลวงขายตามคำฟ้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาจำนวน 1,500 บาท แทนจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3846/2546 บริษัททานองหรือตานงแอ็กกริคัลเจอรัลแมชชีน จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. กิติ - วัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัททานองหรือตานงแอ็กกริคัลเจอรัลแมชชีน จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. กิติ - วัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1803/2538ฎีกา 2108/2538ฎีกา 5269/2542ฎีกา 2254-2255/2532ฎีกา 7731/2538ฎีกา 5565/2548ฎีกา 1361/2527ฎีกา 6283/2538ฎีกา 6503/2537ฎีกา 9277/2547ฎีกา 324-325/2513ฎีกา 7425/2537ฎีกา 8514/2538ฎีกา 1480/2537ฎีกา 1399/2534ฎีกา 2196/2538ฎีกา 5571/2538ฎีกา 2460-2461/2520ฎีกา 1226/2537ฎีกา 1742/2527ฎีกา 1706/2538ฎีกา 4594/2531ฎีกา 4434/2540ฎีกา 3142/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา