⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 647/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นใดประเด็นหนึ่งแล้ว คำวินิจฉัยในประเด็นนั้นถือเป็นที่สุด การฎีกาประเด็นที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยหรือวินิจฉัยแล้วแต่ไม่รับฟัง ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของผู้ร้องมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้บังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษารวมกันไปทั้งหมด เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 309 วรรคสอง และเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินในราคาต่ำเกินสมควร เป็นการกระทำไม่สุจริตตามมาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิวรรคสอง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยให้เฉพาะประเด็นที่สอง โดยรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย คำวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ฉะนั้น การที่ผู้ร้องฎีกาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการบังคับคดีฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 309 วรรคสอง จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.309 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.509

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองที่ดินจำนวน 5 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างจำเลยทั้งสามไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้อ้างเหตุเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอื่น และขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทรัพย์จำนองโดยวิธีขายรวม กับขอให้เลื่อนการขายทอดตลาดไปก่อน เจ้าพนักงานบังคับคดียกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด อ้างเหตุการบังคับคดีไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 309วรรคสอง อีกทั้งขายทอดตลาดได้ราคาต่ำกว่าราคาแท้จริง มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตตามมาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะอุทธรณ์ว่า การบังคับคดีไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยให้เฉพาะอุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินได้ราคาต่ำกว่าราคาแท้จริง จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต อันเป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนการขายทอดตลาดตามมาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิ วรรคสองหรือไม่ และพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เลื่อนการขายทอดตลาดและไม่ขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษารวมกันไป เป็นการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคแรก ประกอบมาตรา 309 วรรคสอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ในชั้นอุทธรณ์ผู้ร้องอุทธรณ์ 2 ข้อ คือ เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ดำเนินการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้ตามคำพิพากษารวมกันไป เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 309 วรรคสอง และเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15828 ตำบลตาหลวง (คลองตาหลวง) อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ในราคาต่ำเกินสมควร เป็นการกระทำไม่สุจริตตามมาตรา 296วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยให้เฉพาะอุทธรณ์ข้อสองและฟังว่าข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องนำสืบรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 31 ตุลาคม 2543 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 309 ทวิ วรรคสอง และเป็นที่สุดตามที่บัญญัติในวรรคสี่แห่งมาตรานี้ ฉะนั้น ฎีกาของผู้ร้องที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 309 วรรคสอง ตามที่ยกขึ้นอ้างในฎีกา จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2546 นาย เกรียงศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล โจทก์ นางสาว พจวรรณ สิริรัตน์ ผู้ร้อง นาง อารีย์ เล็กเครือสุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เกรียงศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล · ผู้ร้อง - นางสาว พจวรรณ สิริรัตน์ · จำเลย - นาง อารีย์ เล็กเครือสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · พิชิต คำแฝง · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17393/2555ฎีกา 8454/2544ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2573/2552ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8203/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ