⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7507/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7507/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีเพียงประเด็นเดียวว่าสัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าได้มีการตกลงทำสัญญาค้ำประกันกันแล้ว และสัญญาค้ำประกันที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนไม่เป็นเหตุให้สัญญาตกเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า สัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน จึงไม่ชอบเท่านั้น จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดว่าจำเลยไม่ได้ตกลงทำสัญญา ค้ำประกันกับโจทก์ จึงต้องถือว่าจำเลยยอมรับว่าได้มีการตกลงทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ตามฟ้องจริง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นหลักฐานในคดีแต่ประการใด แม้สัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนก็ไม่เป็นกรณีต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินตามเช็ค และสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คจำนวน ๗,๘๔๔,๘๘๓.๙๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๑ ต่อปี จากต้นเงิน ๗,๒๕๙,๖๗๗ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๔ ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๔ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗,๘๔๔,๘๘๓.๙๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๑ ต่อปี จากต้นเงิน ๗,๒๕๙,๖๗๗ บาท นับแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้หักเงินจำนวน ๙๔๖,๔๙๙.๐๘ บาท ที่โจทก์ได้รับชำระภายหลังฟ้องออก กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยที่ ๔ ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาที่จำเลยที่ ๔ ฎีกาว่า สัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ. ๑๐ ซึ่งปิดอากรแสตมป์เพียง ๕ บาท เป็นตราสารที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ว่าต้องปิดอากรแสตมป์ ๑๐ บาท โจทก์จึงไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ ๔ ให้การต่อสู้คดีเพียงว่า สัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ครบถ้วน จึงไม่ชอบเท่านั้น จำเลยที่ ๔ ไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ได้ตกลงทำสัญญาค้ำประกัน กับโจทก์ จึงต้องถือว่า จำเลยที่ ๔ ยอมรับว่าได้มีการตกลงทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๔ ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ตามฟ้องจริง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นหลักฐานในคดีประการใด แม้สัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนก็ไม่เป็นกรณีต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๔ ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7507/2546 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิตแอนด์ทรัสต์ จำกัด โจทก์ บริษัทไดแกรมอุตสาหกรรม จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์เครดิตแอนด์ทรัสต์ จำกัด · จำเลย - บริษัทไดแกรมอุตสาหกรรม จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · จำรูญ แสนภักดี · สดศรี สัตยธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธีระพงศ์ จิระภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจง โพธิ์ปลั่ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 4244/2539ฎีกา 6938/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 2423/2550ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 199/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา