⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7982/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้าเป็นคู่ความแทนที่คู่ความผู้มรณะ มีผลเพียงเพื่อให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแทนผู้มรณะเท่านั้น มิได้ทำให้ได้สิทธิของผู้มรณะมาด้วย และการนำสืบข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่ระบุในคำฟ้อง แม้ศาลจะวินิจฉัย ก็ไม่ถือเป็นประเด็นที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาล

ย่อคำพิพากษา

คดีสืบเนื่องมาจาก ก. เป็นโจทก์ฟ้อง บ. ให้ออกจากบ้านพิพาท ในระหว่างพิจารณา บ. ถึงแก่กรรม ศาลอนุญาตให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองบ้านพิพาทเข้าเป็นคู่ความแทน บ. แม้ต่อมาศาลฎีกาจะยกฟ้องคดีดังกล่าวและผลแห่งคำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความ แต่ไม่ได้ทำให้โจทก์ได้สิทธิในบ้านพิพาทแทน บ. โจทก์เป็นเพียงผู้เข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะคือ บ. มีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแทน บ. ในระหว่างพิจารณาเท่านั้น โจทก์มิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว เมื่อโจทก์มาฟ้องขับไล่จำเลยเป็นคดีนี้โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิในบ้านพิพาทนอกเหนือจากการที่โจทก์เข้าเป็นคู่ความแทนที่ บ. อย่างไร โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์นำสืบว่า ก่อน บ. ถึงแก่กรรม บ. ได้ยกบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ด้วยวาจา โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเรื่องนี้ไว้ แม้ศาลชั้นต้นจะให้โจทก์นำสืบประเด็นดังกล่าวและศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นนี้ไว้ด้วยก็ตาม ก็ไม่ทำให้เกิดเป็นประเด็นนี้ขึ้น เพราะเป็นเรื่องนำสืบนอกฟ้องและถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากบ้านพิพาท และส่งมอบบ้านพิพาทแก่โจทก์ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากบ้านพิพาทและคืนบ้านพิพาทแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของบ้านพิพาทหรือมีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดในบ้านพิพาทที่จะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาท พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นางสุทา นกน้อย ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อปี 2534 นางกิมใส เป็นโจทก์ฟ้องนายบุญส่ง ให้ออกจากบ้านพิพาท ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1443/2534 ของศาลชั้นต้น ในระหว่างพิจารณานายบุญส่งถึงแก่กรรมศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองบ้านพิพาทเข้าเป็นคู่ความแทนนายบุญส่ง คดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองบ้านพิพาท โจทก์จึงเข้ารับมรดกความแทนนายบุญส่ง เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิโดยชอบที่จะครอบครองบ้านพิพาท จำเลยเข้าครอบครองบ้านพิพาทแทนโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทแล้วจำเลยไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหาย ดังนี้โจทก์เป็นเพียงผู้เข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะคือ นายบุญส่งมีหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแทนนายบุญส่งในระหว่างพิจารณาเท่านั้น โจทก์มิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย โดยในคดีข้างต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บ้านของนายบุญส่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่ดินของนางกิมใส นางกิมใสจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ผลแห่งคำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความแต่ไม่ได้ทำให้โจทก์ได้สิทธิในบ้านพิพาทแทนนายบุญส่งไปด้วย เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิในบ้านพิพาทนอกเหนือจากการที่โจทก์เข้าเป็นคู่ความแทนที่นายบุญส่งอย่างไร โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ส่วนที่โจทก์นำสืบว่า ก่อนนายบุญส่งถึงแก่กรรม นายบุญส่งได้ยกบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ด้วยวาจานั้น โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเรื่องนี้ไว้ แม้ศาลชั้นต้นจะให้โจทก์นำสืบในประเด็นดังกล่าวและศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นนี้ไว้ด้วยก็ตาม ก็ไม่ทำให้เกิดเป็นประเด็นนี้ขึ้น เพราะเป็นการนำสืบนอกฟ้อง และถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2546 นางประทิน เล้าโสภาภิรมย์ โดยนางสุทา นกน้อย ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นางเพ็ญจันทร์ แก้วชื่นชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประทิน เล้าโสภาภิรมย์ โดยนางสุทา นกน้อย ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางเพ็ญจันทร์ แก้วชื่นชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · กำพล ภู่สุดแสวง · ปัญญา สุทธิบดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุบิน ชิ้นประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1010/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา