⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 992/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามกฎหมาย มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์

ย่อคำพิพากษา

หนังสือค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์มีจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.103 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลรัษฎากร ม.103 ประมวลรัษฎากร ม.104 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งหัวหน้าเขตการขาย จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ในวงเงิน 200,000 บาท ระหว่างทำงานจำเลยที่ 1 ได้หลอกลวงเอาสินค้าและเรียกเก็บเงินมัดจำจากลูกค้าตัวแทนจำหน่ายของโจทก์ ซึ่งโจทก์ได้คืนสินค้าและเงินดังกล่าวให้แก่ลูกค้าแล้วคิดเป็นเงิน53,809.30 บาท เบียดบังยักยอกเอาเงินค่าสินค้าที่เรียกเก็บจากลูกค้าแล้วไม่ส่งมอบแก่โจทก์เป็นเงิน 23,199 บาท แอบอ้างลูกค้ารับสินค้าไปเองเป็นเงิน 29,274.03 บาทและค้างชำระค่ารักษาพยาบาลและค่าสินค้าเป็นเงิน 102,113.75 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 208,396.08 บาท โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ 1 ไปแล้ว ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวนดังกล่าว โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิด 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 208,396.08 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งมิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ต้องห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีหรือไม่ เห็นว่า หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 เป็นเอกสารที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์เพื่อแสดงว่าจำเลยที่ 2ตกลงเข้าค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์โดยมีสาระสำคัญว่า หากจำเลยที่ 1 ก่อหนี้สินขึ้นแก่โจทก์หรือกระทำการใด ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ 2 ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายนั้นทั้งหมดภายในวงเงิน 200,000 บาทให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองเท่านั้น มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103,104 และ 118 แต่อย่างใด ดังนั้น แม้หนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้แล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 นั้น เป็นการไม่ชอบ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างการทำงานจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามหนังสือค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 ดังกล่าว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้จำนวน 200,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2546 บริษัท ธรณีพิพัฒน์ จำกัด โจทก์ นาย สมชาย รามัญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธรณีพิพัฒน์ จำกัด · จำเลย - นาย สมชาย รามัญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย จึงประเสริฐ · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2423/2550ฎีกา 978/2510ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 1896/2492ฎีกา 9117/2539ฎีกา 991/2548ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 3005/2541ฎีกา 156/2513ฎีกา 1166/2491ฎีกา 5162/2553ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา