มาตรานี้คุ้มครองสิทธิของคู่ความในการสืบพยาน โดยห้ามมิให้ศาลที่พิจารณาคดี ผู้พิพากษาที่รับมอบหมาย หรือศาลที่ได้รับแต่งตั้ง ทำการสืบพยานหลักฐานใดโดยมิได้ให้โอกาสเต็มที่แก่คู่ความทุกฝ่ายในอันที่จะมาฟังการพิจารณาและใช้สิทธิเกี่ยวด้วยกระบวนพิจารณานั้น ไม่ว่าพยานหลักฐานนั้นคู่ความฝ่ายใดจะเป็นผู้อ้าง ทั้งนี้ภายใต้บังคับบทบัญญัติว่าด้วยการขาดนัด การร้องสอด และการขับไล่ออกนอกศาล
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 103 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 4 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2515–2546) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 2060/2517 🤖 ย่อโดย AI1. โจทก์มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ ไม่จำต้องสืบพยานบุคคลเสมอไป และการนำพยานหลักฐานในคดีอื่นมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ ถือว่าโจทก์ได้สืบพยานแล้ว 2. การยกอา…ฎีกาที่ 1990/2515 🤖 ย่อโดย AIศาลซึ่งดำเนินการบังคับคดีแทนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่กระทำโดยไม่ชอบได้ หากความไม่ถูกต้องปรากฏต่อศาลอย่างชัดแจ้ง การขายทอดตลาดที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ก่…ฎีกาที่ 992/2546 🤖 ย่อโดย AIหนังสือค้ำประกันที่ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อฝ่ายเดียวเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามกฎหมาย มิใช่หนังสือสัญญาค้ำประกันที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ จึ…ฎีกาที่ 955/2518 🤖 ย่อโดย AIเมื่อทนายความของโจทก์แถลงต่อศาลว่าไม่มีพยานมาสืบ ให้ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องขอสืบพยานใหม่ของโจทก์ หากข้อเท็จ…โดยหลักไม่ได้ ตัวบทห้ามสืบพยานหลักฐานโดยมิได้ให้โอกาสเต็มที่แก่คู่ความทุกฝ่ายที่จะมาฟังการพิจารณาและใช้สิทธิที่เกี่ยวข้อง
ทุกฝ่าย ตัวบทระบุว่าไม่ว่าพยานหลักฐานนั้นคู่ความฝ่ายใดจะเป็นผู้อ้าง
ตัวบทอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติว่าด้วยการขาดนัด การร้องสอด และการขับไล่ออกนอกศาล
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26