⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2060/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2060/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. โจทก์มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ ไม่จำต้องสืบพยานบุคคลเสมอไป และการนำพยานหลักฐานในคดีอื่นมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ ถือว่าโจทก์ได้สืบพยานแล้ว 2. การยกอายุความขึ้นต่อสู้ ต้องยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นเท่านั้น จะยกขึ้นต่อสู้ในชั้นฎีกาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันให้ถือเอาพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดีอาญาอีกเรื่องหนึ่งมาเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ โดยโจทก์ไม่ขอสืบพยานอื่นอีกจนศาลได้พิพากษาไปแล้วนั้น จำเลยที่ 2 ซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจะโต้แย้งว่าข้อตกลงและคำพิพากษา ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ไม่ได้ เพราะโจทก์มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ ไม่จำต้องสืบพยานบุคคลเสมอไป และการนี้โจทก์ขอถือเอาพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดีอาญาเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ก็ถือได้ว่าโจทก์ได้สืบพยานแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาชี้ขาดคดีได้ จำเลยให้การว่า จำเลยออกเช็คให้กับผู้มีชื่อเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว โจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต ลงวันที่ในเช็คเองโดยจำเลยมิได้ยินยอม ถือว่าโจทก์มีเช็คไว้ครอบครองโดยมิชอบ จึงเป็นผู้ทรงโดยมิชอบคำให้การเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการยกอายุความขึ้นต่อสู้ เมื่อจำเลยมิได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นต่อสู้ในชั้นฎีกาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.103 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ไว้โดยมีจำเลยที่ ๒ สลักหลังเป็นประกัน เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับจำเลยที่ ๑ ศาลพิพากษายกฟ้องในข้อกฎหมายว่าจำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค แต่จำเลยทั้งสองยังต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ เช็คพิพาทจำเลยที่ ๑ ออกให้กับนายโยกินเดอร์ซิงห์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยมิได้ลงวันที่ออกเช็คไว้ และได้ชำระเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่นายโยกินเดอร์ซิงห์ไม่คืนเช็คให้อ้างว่าหาย เช็คฉบับนี้ออกให้เป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปีแล้ว โจทก์ลงวันที่เอาเองโดยจำเลยไม่ยินยอมโจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยมิชอบ และใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้โจทก์โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สลักหลังพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ทราบนัดแล้วไม่มาศาล ศาลสั่งว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัดพิจารณา และในวันนั้นเองโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงกันขอให้ถือเอาพยานหลักฐานต่าง ๆ ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๗๕/๒๕๑๔ ของศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้โดยโจทก์ไม่แถลงขอสืบพยาน จึงเป็นอันเสร็จการสืบพยานโจทก์ ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีพยานบุคคลมาสืบและพยานเอกสารดังกล่าวใช้ยันจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ ๒ มิได้ตกลงด้วยและศาลชั้นต้นไม่เปิดโอกาสให้จำเลยที่ ๒ สืบพยานแก้คดีเป็นการไม่ชอบนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะโจทก์มีสิทธินำพยานหลักฐานใด ๆ มาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๕ ไม่จำต้องนำพยานบุคคลนำสืบเสมอไป การที่โจทก์ขอถือเอาพยานหลักฐานในคดีอาญาดังกล่าวมาเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ถือว่าโจทก์ได้สืบพยานของตนแล้ว และเมื่อจำเลยที่ ๒ ไม่มาศาลจนกระทั่งโจทก์สืบพยานเสร็จเช่นนี้ จะว่าศาลไม่เปิดโอกาสให้สืบพยานแก้คดีไม่ได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า เช็คพิพาทได้ออกมาก่อนวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๓ จึงขาดอายุความ เพราะโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๔ เกิน ๑ ปี แล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นการที่จำเลยอ้างว่าได้ออกเช็คให้กับนายโยกินเดอร์ซิงห์เป็นเวลากว่า ๕ ปีแล้วเป็นเพียงการอ้างเหตุแสดงว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบเท่านั้น เมื่อจำเลยมิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นจะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2060/2517 นายปากหวานซิงค์ โจทก์ นายเลิศ หรือลิ้ม ธรรมสามิสร ที่ 1 นายพุฒ ปัทมพิภพศรี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปากหวานซิงค์ · จำเลย - นายเลิศ หรือลิ้ม ธรรมสามิสร ที่ 1 นายพุฒ ปัทมพิภพศรี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสัมฤทธิ์ ทิพยโกศัย · ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 70/2518ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา