⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1226/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเคยมีอาการป่วยทางจิต แต่ได้เลิกรับการรักษาและยา แสดงว่าอาการของจำเลยดีขึ้น สามารถพูดจารู้เรื่อง และการกระทำความผิดในขณะที่ยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือสามารถบังคับตนเองได้ ถือว่าจำเลยยังคงต้องรับผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีอาการป่วยทางจิตคล้ายเป็นโรคจิตเภทโดยมีอาการระแวง จึงไปรับการรักษาที่คลินิกรวม 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายจำเลยบอกแพทย์ที่รักษาว่าหายแล้ว ขอเลิกกินยา แสดงว่าอาการของจำเลยต้องดีขึ้น สามารถพูดจารู้เรื่องแล้ว ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน จำเลยเคยนำอาวุธปืนของกลางออกไปใช้แล้วนำกลับไปคืนที่บ้าน ม. ในวันเกิดเหตุจำเลยงัดกุญแจประตูห้องนอน ม. แล้วนำอาวุธปืนของกลางออกไป โดยก่อนไปยังขอเงินภริยาจำเลยเพื่อเติมน้ำมันแล้วขับรถยนต์ออกไป หลังเกิดเหตุมีการใช้อาวุธปืนยิง ป. ผู้ตาย จำเลยยังสามารถขับรถยนต์หลบหนีกลับบ้านได้ ในชั้นสอบสวนจำเลยพูดจารู้เรื่องสามารถพูดโต้ตอบได้ จึงเป็นกรณีที่จำเลยกระทำความผิดในขณะยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือสามารถบังคับตนเองได้บ้างตาม ป.อ. มาตรา 65 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่น จำคุก 6 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 10 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ส่งตัวจำเลยไปคุมตัวไว้เพื่อทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชของแก่น จนกว่าแพทย์ผู้ตรวจรักษาเห็นว่าหายป่วยและสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว จึงให้เพิกถอนคำสั่งและให้จำเลยพ้นจากการคุมตัวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 48 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยซึ่งป่วยเป็นโรคจิตมีอาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว (เรมิงตัน) ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก มีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นของทางราชการมอบให้นายพาย เสนา บิดาจำเลยไว้ใช้ในราชการ กับกระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 2 นัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายปราโมทย์ ดวงจันทร์ทิพย์ ผู้ตาย จำนวน 1 นัด เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยกระทำไปในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะโรคจิตหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายแพทย์สุชาติ พหลภาคย์ ผู้ตรวจรักษาซึ่งเป็นพยานจำเลยว่าจำเลยมีอาการป่วยทางจิตเป็นโรคคล้ายจิตเภทโดยมีอาการระแวง จึงไปรับการรักษาที่คลินิกของพยานรวม 4 ครั้ง ในวันที่ 30 สิงหาคม 2540, วันที่ 13 กันยายน 2540, วันที่ 11 ตุลาคม 2540 และวันที่ 8 พฤศจิกายน 2540 ตามลำดับ เฉพาะในครั้งที่ 4 จำเลยบอกพยานว่าหายแล้ว ขอเลิกกินยา แสดงว่าอาการของจำเลยต้องดีขึ้นสามารถพูดจารู้เรื่องแล้ว ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 เดือน จำเลยเคยนำอาวุธปืนของกลางออกไปใช้แล้วนำกลับไปคืนที่บ้านนายมาบ วันเกิดเหตุจำเลยก็งัดกุญแจประตูห้องนอนนายมาบแล้วนำอาวุธปืนของกลางออกไป โดยก่อนไปยังขอเงินเติมน้ำมันรถจากนางวันเพ็ญภริยาจำเลยแล้วขับรถยนต์ออกไป หลังเกิดเหตุจำเลยยังสามารถขับรถยนต์หลบหนีกลับบ้านได้ ได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกวุฒิ ศรีวิลัย พนักงานสอบสวนว่าชั้นสอบสวนจำเลยพูดจารู้เรื่องสามารถพูดโต้ตอบได้ จึงเป็นกรณีที่จำเลยกระทำไปโดยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างหรือสามารถบังคับตนเองได้บ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2547 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายพรพิทักษ์หรือแจ๊ค เสนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายพรพิทักษ์หรือแจ๊ค เสนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · สมชาย พงษธา · สบโชค สุขารมณ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3461/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 205/2483ฎีกา 249/2500ฎีกา 101/2547ฎีกา 2537/2548ฎีกา 362-364/2471ฎีกา 656/2473ฎีกา 9264/2551ฎีกา 1816/2541ฎีกา 617/2526ฎีกา 733/2521ฎีกา 2543/2528ฎีกา 287/2472ฎีกา 8329/2540ฎีกา 415/2515ฎีกา 2470/2534ฎีกา 899/2465ฎีกา 803/2481ฎีกา 1627/2545ฎีกา 226/2467ฎีกา 638/2483ฎีกา 851/2468ฎีกา 100/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ