⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1252/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคำสั่งทางปกครองระงับการออกใบอนุญาตให้แก่บุคคลใด โดยอ้างเหตุผลที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วว่าไม่จำต้องระบุอีกนั้น ถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

กรรมการของโจทก์เคยเป็นกรรมการของบริษัท ร. ซึ่งได้กระทำการเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ โจทก์จึงอยู่ในข่ายที่จำเลยที่ 1 ไม่อาจออกใบอนุญาตส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ ที่จำเลยที่ 1 ไม่ออกใบอนุญาตให้โจทก์ส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ คำสั่งทางปกครองของจำเลยที่ 1 ที่มีคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตให้ส่งสินค้า (ข้าว) ออกไปนอกราชอาณาจักรแก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์มีกรรมการของตนเป็นกรรมการของบริษัท ร. ซึ่งถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการใด ๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ โจทก์จึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้ส่งออกข้าวไปนอกราชอาณาจักร ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 37 วรรคสาม (2) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ที่ว่าเหตุผลนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วโดยไม่จำต้องระบุอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.25 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ม.37 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ม.38 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือที่ พณ 0303/3444 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2540 และให้โจทก์ได้รับใบอนุญาตส่งข้าวออกตามปกติต่อไป ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 74,740,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นรายปี ปีละ 5,000,000 บาท นับแต่ปีที่ฟ้องคดีจนกว่าจะครบกำหนด 10 ปี จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 100,000 บาท โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตส่งออกข้าวให้แก่โจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 โดยความเห็นชอบของจำเลยที่ 2 ได้แจ้งแก่โจทก์ ตามหนังสือที่ พณ 0303/3444 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2540 และให้จำเลยทั้งสองรับพิจารณาคำขออนุญาตส่งข้าวออกให้แก่โจทก์ในโอกาสต่อไปตามปกติ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 150,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ระงับใบอนุญาตให้ส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักรแก่โจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า ผู้กระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศตามความหมายของกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 มิได้หมายถึงแต่บุคคลที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดแล้วว่า เป็นผู้กระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศแต่เพียงอย่างเดียว เพราะมิฉะนั้นแล้ว บุคคลซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศแต่มิได้ถูกฟ้องร้องต่อศาล ก็ยังคงมีคุณสมบัติเป็นผู้ขอรับใบอนุญาตส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักรได้ตลอดไป กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 จะไร้ผลบังคับโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจพิจารณาได้ว่า การกระทำของบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศหรือไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ดังกล่าวเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศประกอบกับโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำโดยเลือกปฏิบัติหรือไม่สุจริตอย่างไร กรณีจึงต้องถือว่าเป็นคำสั่งการวินิจฉัยโดยชอบ และเมื่อกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการของนิติบุคคลนั้นต้องเป็นผู้ซึ่งไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้จัดการของนิติบุคคลที่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศมาก่อน ดังนั้น แม้โจทก์และกรรมการโจทก์จะไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ แต่เมื่อกรรมการของโจทก์เคยเป็นกรรมการในบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด ซึ่งได้กระทำการเป็นผลเสียหายแก่การค้าระหว่างประเทศ การวินิจฉัยของจำเลยที่ 1 ที่วินิจฉัยว่า โจทก์อยู่ในข่ายที่จำเลยที่ 1 ไม่อาจออกใบอนุญาตส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้จึงมิใช่เป็นการวินิจฉัยโดยไม่ชอบสำหรับข้อที่โจทก์แก้ฎีกาว่า ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการส่งข้าวออกไปนอกราชอาณาจักร (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2540 ขัดต่อกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) และมาตรา 7 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ก็ดี กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2523) ข้อ 3 ไม่ใช่บทลงโทษแต่เป็นเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตก็ดี โจทก์เพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนประเด็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นคู่กรณีในคดีแพ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจะออกคำสั่งทางปกครองพิพาทไม่ได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 13 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 มิใช่คู่กรณีในคดีแพ่งกับโจทก์ หากแต่เป็นคู่กรณีกับบริษัทโรงสีไฟชัยประสิทธิ์ จำกัด กรณีจึงไม่มีเหตุต้องห้ามตามมาตรา 13 (1) ดังที่โจทก์อ้าง นอกจากนี้ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองออกคำสั่งตามเอกสารหมาย จ.17 โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองจงใจกระทำให้โจทก์เสียหาย ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาในประเด็นค่าเสียหายของโจทก์ต่อไป พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2547 บริษัทศรีสะเกษเกษตรพัฒนา จำกัด โจทก์ กรมการค้าต่างประเทศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทศรีสะเกษเกษตรพัฒนา จำกัด · จำเลย - กรมการค้าต่างประเทศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วิชัย ชื่นชมพูนุท · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ โกวิทยา · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ ภักดีธนากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา