⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1651/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นในศาลมีวัตถุประสงค์เพื่อระงับข้อพิพาท และการกำหนดเวลาในการปฏิบัติตามสัญญามิได้ทำให้ข้อกำหนดในสัญญาเสียไป หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัด คู่สัญญาอีกฝ่ายชอบที่จะขอให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล ระบุให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ภายใน 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ตกลงชำระเงินให้จำเลย 200,000 บาท ในวันจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท หากจำเลยผิดนัด จำเลยยินยอมให้โจทก์ถือเอาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองได้ทันทีและถือเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนี้ วัตถุประสงค์ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยมุ่งระงับข้อพิพาทระหว่างกันด้วยการที่จำเลยจะโอนที่ดินให้แก่โจทก์และโจทก์ก็จะชำระราคาให้แก่จำเลย การกำหนดระยะเวลา 6 เดือนไว้ จึงเป็นกำหนดเวลาให้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญา หากไม่ปฏิบัติก็บังคับคดีกันไปเพื่อให้สมวัตถุประสงค์แห่งการทำสัญญาที่ต้องการให้ข้อพิพาทระหว่างกันระงับไปด้วยวิธีการดังกล่าว หาใช่ว่าหากไม่ปฏิบัติตามสัญญาภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วจะทำให้ข้อกำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความสิ้นผลไปโดยคู่สัญญาไม่จำต้องปฏิบัติตามสัญญาแต่อย่างใดไม่ เนื่องจากไม่เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างกันตามที่โจทก์จำเลยมีเจตนาในการเข้าทำสัญญามาแต่ต้น ฉะนั้น เมื่อโจทก์วางเงินจำนวน 200,000 บาท ต่อศาลแล้ว แม้จะเกินเวลา 6 เดือน จำเลยจึงต้องรับเงินและมีหน้าที่จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.10 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.171 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินจำนวนสองแปลงแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือน นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์จะชำระเงินให้แก่จำเลย จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในวันที่เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว? ต่อมาภายหลังพ้นกำหนด ๖ เดือน ตามที่กำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ยื่นคำร้องขอวางเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลเพื่อให้จำเลยรับไป กับขอให้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้จดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวแก่โจทก์แทน โดยอ้างว่าจำเลยผัดผ่อนและผิดนัดการจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์วางเงินดังกล่าวเพื่อชำระแก่จำเลยและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยผิดนัดไม่ไปรับโอนที่ดินภายในกำหนด จำเลยจึงไม่จำต้องโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสระแก้วออกใบแทนกับจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์และจำเลยได้ทำกันไว้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญาประนีประนอมยอมความเนื่องจากไม่รับโอนที่ดินภายในกำหนดเวลา ๖ เดือน หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๑ ระบุให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ภายใน ๖ เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ตกลงชำระเงินให้จำเลยจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในวันจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท หากจำเลยผิดนัด จำเลยยินยอมให้โจทก์ถือเอาสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองได้ทันทีและถือเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนี้ วัตถุประสงค์ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยมุ่งระงับข้อพิพาทระหว่างกันด้วยการที่จำเลยจะโอนที่ดินให้แก่โจทก์ ส่วนโจทก์ก็จะชำระราคา รวมทั้งภาระค่าธรรมเนียมและค่าภาษีอื่น ๆ ให้แก่จำเลย เมื่อคู่สัญญาตามสัญญาประนีประนอมยอมความมีวัตถุประสงค์ดังกล่าว การกำหนดระยะเวลา ๖ เดือนไว้ จึงเป็นกำหนดระยะเวลาให้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญาเท่านั้น หากไม่ปฏิบัติก็บังคับคดีกันไปเพื่อให้สมวัตถุประสงค์แห่งการทำสัญญาที่ต้องการให้ข้อพิพาทระหว่างกันระงับไปด้วยวิธีการดังกล่าว หาใช่ว่าหากไม่ปฏิบัติตามสัญญาภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วจะทำให้ข้อกำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความสิ้นผลไป โดยคู่สัญญาไม่จำต้องปฏิบัติตามสัญญาแต่อย่างใด เนื่องจากไม่เป็นการระงับข้อพิพาทระหว่างกันตามที่โจทก์จำเลยมีเจตนาในการเข้าทำสัญญามาแต่ต้น ฉะนั้น เมื่อโจทก์วางเงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลแล้วแม้จะเกินเวลา ๖ เดือน จำเลยจึงต้องรับเงินและมีหน้าที่จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้บังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ คำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ในข้อนี้ชอบแล้ว ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเหตุผลตามฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2547 นายวิจิตร แม่นปืน โจทก์ นายอาทิตย์ นัยวัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิจิตร แม่นปืน · จำเลย - นายอาทิตย์ นัยวัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายคมกริช ภัทรพิทักษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 5317/2538ฎีกา 5801/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1763/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 39/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 898/2534ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 7732/2552ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 2752/2522ฎีกา 9326-9327/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา