⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2227/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2547

ป.อาญา ม.1, 264, 265 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แบบคำขอใช้บริการที่ยังไม่แน่นอนว่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิ เพราะมิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อสิทธิโดยตรง.

ย่อคำพิพากษา

"เอกสารสิทธิ" ตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ แต่แบบคำขอใช้บริการบัวหลวง เอ.ที.เอ็ม ที่จำเลยปลอมขึ้นนั้นเป็นเอกสารที่จำเลยใช้ยื่นต่อธนาคารผู้เสียหายเพื่อขอให้ ส. ซึ่งเป็นลูกค้าเงินฝากประเภทสะสมทรัพย์ของธนาคารผู้เสียหายได้ใช้บัตรฝากถอนเงินอัตโนมัติ แต่ยังไม่แน่ว่าธนาคารผู้เสียหายจะอนุมัติตามแบบคำขอใช้บริการดังกล่าวหรือไม่ แบบคำขอใช้บริการดังกล่าวมิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อสิทธิในการฝาก - ถอนเงินกับธนาคารผู้เสียหายโดยตรง จึงมิใช่เอกสารสิทธิตามความใน ป.อ. มาตรา 1 (9) การกระทำของจำเลยซึ่งปลอมแบบคำขอใช้บริการดังกล่าวและใช้เอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม คงเป็นความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 341, 83 และ 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 และ 341 (ที่ถูก ประกอบด้วยมาตรา 83) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมแต่กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 6 เดือน ฐานฉ้อโกง จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 10 กระทง จำคุก 3 ปี 4 เดือน รวมเป็นจำคุก 3 ปี 10 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 11 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมนั้น เห็นว่า "เอกสารสิทธิ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ แต่แบบคำขอใช้บริการบัวหลวง เอ.ที.เอ็ม. ที่จำเลยปลอมขึ้นนั้นเป็นเอกสารที่จำเลยใช้ยื่นต่อธนาคารผู้เสียหายเพื่อขอให้นายสำเริง ขวัญวงศ์ ซึ่งเป็นลูกค้าเงินฝากประเภทสะสมทรัพย์ของธนาคารผู้เสียหายได้ใช้บัตรฝาก - ถอนเงินอัตโนมัติ แต่ยังไม่แน่ว่าธนาคารผู้เสียหายจะอนุมัติตามแบบคำขอใช้บริการดังกล่าวหรือไม่ แบบคำขอใช้บริการดังกล่าวมิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อสิทธิในการฝาก - ถอนเงินกับธนาคารผู้เสียหายโดยตรง จึงมิใช่เอกสารสิทธิตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) การกระทำของจำเลยซึ่งปลอมแบบคำขอใช้บริการดังกล่าวและใช้เอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม คงเป็นความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรปรับเฉพาะบทลงโทษจำเลยเสียใหม่ให้ถูกต้อง ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นพนักงานของธนาคารผู้เสียหายจึงเป็นผู้ที่ควรได้รับการคาดหมายในความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอย่างยิ่ง แต่จำเลยกลับมาเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองโดยกระทำความผิดหลายครั้งและได้เงินไปถึง 70,011 บาท ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้าผู้สุจริตของธนาคารผู้เสียหายได้ พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรง แม้จำเลยคืนเงินทั้งหมดให้แก่ธนาคารผู้เสียหายแล้วและจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ก็ตาม แต่ยังเป็นการไม่สมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรกและ 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรกตามมาตรา 268 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2547 พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี โจทก์ นางสาวสิริณทิพย์ อยู่เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี · จำเลย - นางสาวสิริณทิพย์ อยู่เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 2503/2548ฎีกา 19357/2556ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1209/2522ฎีกา 1603/2511ฎีกา 255/2529ฎีกา 17579/2555ฎีกา 3637/2559ฎีกา 9026/2553ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 6538/2562ฎีกา 456/2506ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 8475/2563ฎีกา 98/2537ฎีกา 1400/2538ฎีกา 11320/2556ฎีกา 391/2509ฎีกา 414/2531ฎีกา 2014-2015/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ