⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2819/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต้องเกิดจากการถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย หรือมีเหตุอันสมควรต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์ที่มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์และฟ้องคดีเพื่อทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่ตนถูกฟ้อง ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงและไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่จะฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรับรองว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล เมื่อโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 110214 การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงโฉนดดังกล่าวโดยการครอบครองปรปักษ์ก็เพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้ ซึ่งในคดีนั้นโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้หากจำเลยนำหลักฐานเท็จมาแสดง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงจากคำสั่งศาลดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๘๕/๒๕๔๑ เรื่องจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการได้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๒๑๔ โดยการครอบครองปรปักษ์ และเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนระงับจำนองหนี้เกลื่อนกลืนกันของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา ๕๕ ผู้ที่จะยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจะต้องถูกโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรองรับว่าตนมีสิทธิหรือหน้าที่หรือจะต้องใช้สิทธิทางศาล แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลเพียงเพื่อต้องการทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญาที่โจทก์ถูกจำเลยฟ้องข้อหาบุกรุกที่ดินแปลงนี้เท่านั้น ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าวโจทก์ในฐานะจำเลยย่อมมีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ หากพยานหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงเป็นเท็จดังโจทก์อ้าง โจทก์ก็มีสิทธินำสืบหักล้างทำให้พยานหลักฐานดังกล่าวรับฟังไม่ได้ ไม่อาจนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อจำเลยได้อยู่แล้วหาจำเป็นที่โจทก์ต้องฟ้องเพื่อทำลายพยานหลักฐานดังกล่าวไม่ ทั้งกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหายก็เป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์ ที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวจึงไม่ได้กระทบกระเทือนถึงสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่งแต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ถือไม่ได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายแพ่งหรือมีเหตุที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2547 นางปัทมา ธัญนารา โจทก์ นางบุญศิริ กาญจนทวีวัฒน์หรือภิรมย์นาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางปัทมา ธัญนารา · จำเลย - นางบุญศิริ กาญจนทวีวัฒน์หรือภิรมย์นาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ บุญชัด · มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เตชะกำธร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวปัทมา ทุมมา · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา