⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 482/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพของจำเลย แม้จะเกิดขึ้นภายหลังการสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว แต่หากเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าหน้าที่และให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลอาจใช้ดุลพินิจลดโทษให้แก่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 3 ปาก ซึ่งปรากฏว่าเป็นพยานที่รู้เห็นถึงการกระทำผิดของจำเลยในครั้งเกิดเหตุเพียงปากเดียว จำเลยก็ขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดข้อกล่าวหา และภายหลังจากที่โจทก์สืบพยานอีก 1 ปาก จำเลยยังได้แถลงรับข้อเท็จจริงบางประการ จนโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานอีกต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยจะรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน และการที่จำเลยมิได้หลบหนีแต่กลับยินยอมให้จับกุมโดยดี ตลอดจนให้การรับสารภาพมาโดยตลอดตั้งแต่ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนั้น ก็นับได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าหน้าที่พนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลดโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งจึงเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 102 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 16 วรรคสอง ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว แต่ก็เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบ 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า มีเหตุลดโทษให้จำเลย จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุกห้าสิบปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ควรลดโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งเนื่องจากจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน โดยหวังเพียงเพื่อจะให้ศาลลดโทษแก่จำเลย มิได้เป็นการลุแก่โทษหรือให้ความรู้แก่ศาลในการพิจารณาแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 3 ปาก ซึ่งปรากฏว่าเป็นพยานที่รู้เห็นถึงการกระทำผิดของจำเลยในครั้งเกิดเหตุเพียงปากเดียว จำเลยก็ขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธ เป็นให้การรับสารภาพตามฟ้องตลอดข้อกล่าวหา และภายหลังจากที่โจทก์สืบพยานอีก 1 ปาก จำเลยยังได้แถลงรับข้อเท็จจริงบางประการจนโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยานอีกต่อไป ดังนี้ แม้จำเลยจะรับสารภาพเมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานและการที่จำเลยมิได้หลบหนี แต่กลับยินยอมให้จับกุมโดยดี ตลอดจนให้การรับสารภาพมาโดยตลอดตั้งแต่ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนั้น ก็นับได้ว่าเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าหน้าที่พนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ลดโทษให้แก่จำเลยกึ่งหนึ่งจึงเป็นการเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2547 พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายสมคิดหรือจรัญ กาสา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายสมคิดหรือจรัญ กาสา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุภิญโญ ชยารักษ์ · สมศักดิ์ เนตรมัย · ประทีป ปิติสันต์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 753/2481ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1666/2520ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2707/2527ฎีกา 5598/2540ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2100/2531ฎีกา 8944/2544ฎีกา 2457/2530ฎีกา 161/2510ฎีกา 1790/2521ฎีกา 1955/2515ฎีกา 2033/2528ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7245/2554ฎีกา 705/2465ฎีกา 5806/2534ฎีกา 4959/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ