⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4822/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนที่ผู้รับลงลายมือชื่อยอมรับเงิน ถือเป็นเอกสารประนีประนอมยอมความที่ระงับข้อพิพาท และทำให้สิทธิเรียกร้องระงับสิ้นไป.

ย่อคำพิพากษา

แม้ใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนจะเป็นแบบฟอร์มที่บริษัทจำเลยที่ 2 จัดทำขึ้นเอง แต่เมื่อได้กรอกข้อความตามที่ตกลงกัน และโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน ใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่แสดงว่าโจทก์ยอมรับเงินไปจากจำเลยที่ 2 จริง อันมีลักษณะเป็นการประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้นไปโดยต่างฝ่ายต่างยอมผันให้แก่กันด้วยความสมัครใจของโจทก์และจำเลยที่ 2 เอกสารใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนเป็นข้อตกลงประนีประนอมยอมความและมีผลใช้บังคับได้ เมื่อโจทก์ได้รับเงินไปตามข้อตกลงแล้วสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันระงับไปตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์และมิได้ร่วมตกลงด้วย จึงไม่อาจอาศัยเอกสารดังกล่าวต่อสู้โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยเนื่องจากคดีมีทุนทรัพย์เพียง 20,250 บาท การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอาจมีผลทำให้คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงสมควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าวจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยทั้งสองนำสืบก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและขอแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยไว้ ด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของโจทก์ และรถยนต์ของโจทก์พุ่งชนท้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง ทำให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 38,250 บาท ภายหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ชำระเงินให้แก่โจทก์ 18,000 บาท โดยให้โจทก์ลงชื่อในใบรับเงินค่าซ่อมรถยนต์ซึ่งมีข้อความว่า "...ถือเป็นการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดที่ใช้ในนามบริษัทเพื่อเป็นการประนีประนอมยอมความ..." ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์อีกจำนวน 20,250 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 20,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 กันยายน 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เอกสารใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 หรือไม่ จำเลยทั้งสองจะอาศัยเอกสารหมาย จ.5 ต่อสู้โจทก์ได้หรือไม่ และจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลชั้นต้นรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์โต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2543 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 3 ฬ-4484 กรุงเทพมหานคร ที่เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฎ-2290 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์และรถยนต์ของโจทก์พุ่งชนท้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง ทำให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ภายหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์จำนวน 18,000 บาท และโจทก์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้วตามใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนเอกสารหมาย จ.5 เห็นว่า แม้ใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนเอกสารหมาย จ.5 จะเป็นแบบฟอร์มที่จำเลยที่ 2 จัดทำขึ้นเองก็ตาม แต่เมื่อได้กรอกข้อความตามที่ตกลงกัน และโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้รับเงิน ใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่แสดงว่าโจทก์ยอมรับเงินจำนวน 18,000 บาท ไปจากจำเลยที่ 2 จริง อันมีลักษณะเป็นการประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จสิ้นไปโดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันด้วยความสมัครใจของโจทก์และจำเลยที่ 2 อีกทั้งข้อตกลงตามใบรับเงินค่าสินไหมทดแทนตามเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ก็มิได้รับภาระเกินกว่าที่วิญญชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ จึงไม่เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ตามที่โจทก์อุทธรณ์ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการต่อไปที่ว่า จำเลยทั้งสองจะอาศัยเอกสารหมาย จ.5 ต่อสู่โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า เอกสารหมาย จ.5 เป็นข้อตกลงประนีประนอมยอมความและมีผลใช้บังคับได้ เมื่อโจทก์ได้รับเงินไปตามข้อตกลงแล้วสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีผลต่อจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันระงับไปตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์และมิได้ร่วมตกลงตามเอกสารหมาย จ.5 ด้วยจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจอาศัยเอกสารหมาย จ.5 ต่อสู้โจทก์ และจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยเนื่องจากคดีมีทุนทรัพย์เพียง 20,250 บาท การวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอาจมีผลทำให้คดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงสมควรให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาในประเด็นดังกล่าวจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยทั้งสองนำสืบก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4822/2547 จ่าสิบตำรวจหญิงหรือนางสุดารัตน์ ศรีกรณียกิจ โจทก์ นายอภิวัฒน์ ภารา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบตำรวจหญิงหรือนางสุดารัตน์ ศรีกรณียกิจ · จำเลย - นายอภิวัฒน์ ภารา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · สายันต์ สุรสมภพ · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ