⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5175/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5175/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีเหตุให้พิจารณาใหม่ได้นั้น เป็นอันยุติและผูกพันคู่ความ หากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้องค์ประกอบความผิดไม่ครบถ้วน จะถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาในการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในคดีที่โจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้และในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาวินิจฉัยว่ามีเหตุให้พิจารณาใหม่ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ที่ศาลแพ่ง แต่เพิ่งมาทราบเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2540 ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นอันยุติและผูกพันโจทก์กับจำเลยที่ 1 ผู้เป็นคู่ความด้วยเหตุนี้เอง การที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยทั้งสามร่วมกันโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงในกรรมสิทธิ์ส่วนของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 แสดงให้เห็นว่าในวันตามฟ้องดังกล่าวจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ ดังนั้น ในขณะเกิดเหตุตามฟ้อง จึงไม่อาจฟังเป็นยุติว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันโอนทรัพย์โดยรู้ว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ทั้งนี้เพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสามมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงรับฟังในเบื้องต้นเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับบุคคลอื่นในที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 2121, 2961 และ 2962 ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2539 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่งให้ชำระหนี้เงินกู้ 13,044,110.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ต่อมาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินทั้งสามแปลงในส่วนของตนแก่จำเลยที่ 2 ผู้เป็นน้องสาวและมีจำเลยที่ 3 ผู้เป็นบิดาไปให้ถ้อยคำรับรองในหนังสือมอบอำนาจ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอให้พิจารณาใหม่ในคดีที่ถูกศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาให้พิจารณาคดีใหม่ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในคดีที่โจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ และในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 8877/2542 วินิจฉัยว่ามีเหตุให้พิจารณาใหม่ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ที่ศาลแพ่ง แต่เพิ่งมาทราบเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2540 ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นอันยุติและผูกพันโจทก์กับจำเลยที่ 1 ผู้เป็นคู่ความ ด้วยเหตุนี้เอง การที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยทั้งสามร่วมกันโอนที่ดินพิพาททั้งสามแปลงในกรรมสิทธิ์ส่วนของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 แสดงให้เห็นว่าในวันตามฟ้องดังกล่าวจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ ดังนั้น ในขณะเกิดเหตุตามฟ้อง จึงไม่อาจฟังเป็นยุติว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันโอนทรัพย์โดยรู้ว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ทั้งนี้เพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ยกฟ้องโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5175/2547 นางกชวรรณ เขมะประสิทธิ์ โจทก์ นายทวิชย์ รัตนภาสุร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกชวรรณ เขมะประสิทธิ์ · จำเลย - นายทวิชย์ รัตนภาสุร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิบูลย์ มีอาสา · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 870/2518ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ