⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6375/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6375/2547

ป.พ.พ. ม.210, 369, 640

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายหนึ่งแจ้งว่าจะนำทรัพย์สินของอีกฝ่ายหนึ่งออกขายทอดตลาดหากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง แม้ฝ่ายนั้นจะทราบแล้วก็ตาม แต่หากไม่มีข้อตกลงให้สิทธิดังกล่าวได้ การกระทำนั้นก็ไม่มีผลผูกพัน และฝ่ายที่นำทรัพย์สินไปขายโดยไม่มีสิทธิ จะยังไม่มีสิทธิเรียกให้ชำระหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกันได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ตกลงซื้อลมและแก๊สจากจำเลยโดยโจทก์วางเงินมัดจำ(ประกัน)ค่ายืมท่อบรรจุลมและแก๊สไว้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยมารับท่อและคืนเงินมัดจำ มิฉะนั้นจะนำท่อออกขายทอดตลาด อันเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์แม้จำเลยได้ทราบแล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยไม่ได้ตกลงด้วย โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะนำท่อออกขายตามที่ได้แจ้ง ทั้งนี้เพราะสัญญาซื้อขายและสัญญายืมท่อระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีสิทธิที่จะขายท่อของจำเลยเพื่อนำเงินมาหักออกจากเงินมัดจำค่ายืมท่อ แม้จำเลยจะมีหน้าที่ต้องคืนเงินมัดจำค่ายืมท่อให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องคืนท่อให้แก่จำเลยเช่นกัน เมื่อโจทก์นำท่อของจำเลยไปขายโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยคืนเงินมัดจำท่อแก่โจทก์ ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 369

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.210 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.640

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.210 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.640 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๔๕,๑๒๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินมัดจำท่อคืน โจทก์ไม่มีสิทธินำท่อออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสอง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีน จากจำเลยที่ ๑ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์วางเงินมัดจำเป็นค่ายืมท่อลมและแก๊ส ๔๐ ท่อ ราคาท่อละ ๑,๘๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ทำสัญญาซื้อลมออกซิเจนและแก๊สอะเซทิลีนจากจำเลยที่ ๑ อีกครั้งเป็นเงิน ๘๑,๖๐๐ บาท โดยยังคงถือเอาเงินมัดจำจำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท เป็นเงินมัดจำค่ายืมท่อต่อไป ต่อมาโจทก์เลิกซ่อมรถจึงโทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทั้งสองรับท่อคืน และให้คืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองได้รับท่อคืนไป ๖๐ ท่อ คงเหลืออยู่ที่โจทก์อีก ๔๐ ท่อ โจทก์จึงมีหนังสือให้จำเลยทั้งสองรับท่อที่เหลือจำนวน ๔๐ ท่อ คืนและให้คืนเงินมัดจำแก่โจทก์ มิฉะนั้นโจทก์จะนำท่อดังกล่าวออกขายทอดตลาด จำเลยทั้งสองทราบแล้วก็เพิกเฉย โจทก์จึงประกาศขายท่อดังกล่าวกับแจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ แล้วจึงขายให้ผู้ประมูลได้ในราคาท่อละ ๘๕๐ บาท คิดเป็นเงิน ๓๔,๐๐๐ บาท เมื่อนำมาหักกับเงินมัดจำที่จำเลยทั้งสองต้องคืนแก่โจทก์จำนวน ๗๒,๐๐๐ บาท แล้วเงินยังขาดอยู่ ๓๘,๐๐๐ บาท โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงินที่ขาดดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราตามกฎหมายคืนให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือของโจทก์ให้มารับท่อคืนและคืนเงินมัดจำท่อแก่โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสองนิ่งเฉยไม่ทักท้วง โจทก์จะมีสิทธิขายท่อดังกล่าว ได้หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองมารับท่อและคืนเงินมัดจำ มิฉะนั้นจะนำท่อออกขายทอดตลาดอันเป็นการแสดงเจตนาและความประสงค์ของโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองได้ทราบเจตนาของโจทก์แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ตกลงด้วยดังกล่าวโจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิที่จะนำท่อออกขายตามที่ได้แจ้ง ทั้งนี้เพราะในหนังสือสัญญาซื้อขายและสัญญายืมท่อระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองนั้นไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีสิทธิที่จะขายท่อของจำเลยทั้งสองเพื่อนำเงินที่ได้มาหักออกจากเงินมัดจำค่ายืมท่อตามความต้องการโจทก์ได้ แม้จำเลยทั้งสองจะมีหน้าที่ที่จะต้องคืนเงินมัดจำให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้จำเลยตามสัญญายืมท่อก็มีหน้าที่ต้องคืนท่อของจำเลยทั้งสองให้แก่จำเลยทั้งสองด้วย เมื่อโจทก์นำท่อของจำเลยทั้งสองไปขายโดยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองคืนเงินมัดจำค่ายืมท่อแก่โจทก์ ทั้งนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๖๙ ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องมานั้น จึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6375/2547 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มง่วนเฮงเส็ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มง่วนเฮงเส็ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · ทองหล่อ โฉมงาม · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอุทัย พิศวง · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ พิชญาพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 42/2516ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 377/2536ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 1002/2509ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1376/2512ฎีกา 5255/2539ฎีกา 8534/2542ฎีกา 3052/2528ฎีกา 8258/2538ฎีกา 3234/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา