⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6423/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6423/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หากการกระทำนั้นได้กระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาเพียงประการเดียว

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อให้พวกของจำเลยที่ 1 มีชื่อในทะเบียนบ้าน และใช้หรือแสดงเอกสารเท็จดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแม้จะได้กระทำคนละวันกันแต่ก็ได้กระทำต่อเนื่องกันโดยล้วนแต่มีความมุ่งหมายเพียงประการเดียวเพื่อให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่พวกของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ม.50 พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83 , 86 , 91 , 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2522 มาตรา 14 (1) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 137 , 267 , 268 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ในส่วนของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 90 (ที่ถูกมาตรา 91) ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ลงโทษฐานสนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร ฯ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 8 เดือน และปรับคนละ 14,000 บาท พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ เห็นควรลงโทษให้หลาบจำ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นเพียงเพื่อนบ้านที่รับรองเพื่อให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิดสำเร็จเท่านั้น เห็นควรลงโทษสถานเบา จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีกำหนดคนละ 4 เดือน และปรับคนละ 7,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29 , 30 ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการอันเป็นการแสดงหลักฐานเท็จเพื่อให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนราษฎร และใช้หรือแสดงหลักฐานเท็จดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแม้จะกระทำคนละวันกันแต่ก็ได้กระทำต่อเนื่องกันโดยล้วนแล้วแต่มีความมุ่งหมายเพียงประการเดียวคือเพื่อให้เจ้าพนักงานออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่พวกของจำเลยที่ 1 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 265 , 267 พ.ร.บ. การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (1) , (3) การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 (3) ประกอบมาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 วางโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกมีกำหนด 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6423/2547 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายศักดา ใจชอบ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายศักดา ใจชอบ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ยอดเณร · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นางชุลีภรณ์ เฟื่องฟุ้ง ตรียุ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 581/2527ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา