คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีของบริษัทที่จดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว ต้องกระทำโดยผู้ชำระบัญชีเท่านั้น กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนเดิมไม่มีอำนาจฟ้องคดีอีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะนิติบุคคล มี ว. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุว่า ว. ฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทก่อนฟ้องแล้ว อำนาจในการฟ้องคดีจึงตกอยู่แก่ผู้ชำระบัญชีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1259 โจทก์โดย ว. ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจึงไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 379,411.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 350,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2540 เป็นต้นไปแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำร้องของจำเลยและคำแถลงรับของโจทก์ฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนาย ว อรัญ เวชโพธิ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2541 โดยมีนาย ว อรัญเป็นผู้ชำระบัญชี และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีในวันที่ 21 กรกฎาคม 2541 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นตามที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในข้อนี้จำเลยฎีกาว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนาย ว อรัญ เป็นผู้ชำระบัญชี จากนั้นโจทก์โดยนาย ว อรัญ ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ไม่ใช่ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จากคำฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนาย ว อรัญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุว่านาย ว อรัญ ฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ ทั้งโจทก์ยังนำพยานโจทก์ปากนาย ว อรัญ เข้าเบิกความพร้อมอ้างส่งเอกสารเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2541 และวันที่ 15 ธันวาคม 2541 โดยนาย ว อรัญ เบิกความมีใจความว่าโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีนาย ว อรัญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ดังเดิมเช่นนี้ จึงเป็นการยืนยันว่าบริษัทโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยนาย ว อรัญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน เมื่อปรากฏว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทก่อนฟ้องคดีนี้ อำนาจในการฟ้องคดีจึงตกอยู่แก่ผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1259 โจทก์โดยนาย ว อรัญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2547
บริษัท ว. อรัญคอนสตัคชั่น จำกัด โจทก์
นางกนกพร นาคถ้ำแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ว. อรัญคอนสตัคชั่น จำกัด · จำเลย - นางกนกพร นาคถ้ำแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ อรรถบลยุคล · ปัญญา สุทธิบดี · วิชัย เหลืองวิไล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ