⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 778/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2547

ป.พ.พ. ม.1259 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีของบริษัทที่จดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว ต้องกระทำโดยผู้ชำระบัญชีเท่านั้น กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนเดิมไม่มีอำนาจฟ้องคดีอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะนิติบุคคล มี ว. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุว่า ว. ฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทก่อนฟ้องแล้ว อำนาจในการฟ้องคดีจึงตกอยู่แก่ผู้ชำระบัญชีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1259 โจทก์โดย ว. ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1259

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1259 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 379,411.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 350,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2540 เป็นต้นไปแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำร้องของจำเลยและคำแถลงรับของโจทก์ฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนาย ว อรัญ เวชโพธิ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ต่อมาโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2541 โดยมีนาย ว อรัญเป็นผู้ชำระบัญชี และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีในวันที่ 21 กรกฎาคม 2541 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2541 คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นตามที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในข้อนี้จำเลยฎีกาว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทโดยมีนาย ว อรัญ เป็นผู้ชำระบัญชี จากนั้นโจทก์โดยนาย ว อรัญ ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ไม่ใช่ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า จากคำฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนาย ว อรัญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุว่านาย ว อรัญ ฟ้องคดีนี้ในฐานะผู้ชำระบัญชีบริษัทโจทก์ ทั้งโจทก์ยังนำพยานโจทก์ปากนาย ว อรัญ เข้าเบิกความพร้อมอ้างส่งเอกสารเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2541 และวันที่ 15 ธันวาคม 2541 โดยนาย ว อรัญ เบิกความมีใจความว่าโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีนาย ว อรัญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ดังเดิมเช่นนี้ จึงเป็นการยืนยันว่าบริษัทโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยนาย ว อรัญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน เมื่อปรากฏว่าโจทก์จดทะเบียนเลิกบริษัทก่อนฟ้องคดีนี้ อำนาจในการฟ้องคดีจึงตกอยู่แก่ผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1259 โจทก์โดยนาย ว อรัญ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2547 บริษัท ว. อรัญคอนสตัคชั่น จำกัด โจทก์ นางกนกพร นาคถ้ำแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ว. อรัญคอนสตัคชั่น จำกัด · จำเลย - นางกนกพร นาคถ้ำแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ อรรถบลยุคล · ปัญญา สุทธิบดี · วิชัย เหลืองวิไล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ