⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 961/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยเนื่องจากเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดี การพิจารณาคดีนั้นไม่ถือเป็นการพิจารณาโดยขาดนัด และจำเลยจะไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้จำเลยทั้งสองมิได้ขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา แต่เป็นกรณีที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีในวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นเห็นว่าฝ่ายจำเลยทั้งสองขอเลื่อนคดีมาหลายครั้งแล้วมีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสองแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ กรณีดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการพิจารณาโดยขาดนัด จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.200 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินและสัญญาจำนองเป็นเงิน 12,194,866.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.5 ต่อปี จากต้นเงิน 12,181,957.68 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองรวมทั้งทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง และส่งมอบโฉนดที่ดินคืนให้แก่จำเลยที่ 2 ในวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งสอง ทนายจำเลยทั้งสองขอเลื่อนคดีมาแล้ว 2 นัด ในนัดที่ 3 วันที่ 23 มกราคม 2544 ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกอ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง แล้วมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2544 ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 10,659,894.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี จากต้นเงิน 10,334,130.29 บาท นับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2541 ถึงวันฟ้อง และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 36071 และ 36072 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องลงวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าจำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลเพื่อเบิกความตามนัด เพราะวันดังกล่าวจำเลยทั้งสองเดินทางไปผิดศาล และไม่สามารถติดต่อกับทนายความของจำเลยทั้งสองได้ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งอีก ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองมิได้ขาดนัดยื่นคำให้การหรือขาดนัดพิจารณา แต่เป็นกรณีที่ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีในวันนัดสืบพยานจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นเห็นว่าฝ่ายจำเลยทั้งสองขอเลื่อนคดีมาหลายครั้งแล้วมีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสอง แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ กรณีดังกล่าวจึงมิใช่เป็นการพิจารณาโดยขาดนัด จำเลยทั้งสองย่อมไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 961/2547 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสาวอัญชลี พิทยานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นางสาวอัญชลี พิทยานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 648/2539ฎีกา 3467/2533ฎีกา 972/2531ฎีกา 9375/2559ฎีกา 1061/2491ฎีกา 1158/2521ฎีกา 2221/2553ฎีกา 369/2524ฎีกา 247/2530ฎีกา 1193/2535ฎีกา 3813/2535ฎีกา 1069/2527ฎีกา 265/2481ฎีกา 2270/2524ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 2751/2522ฎีกา 654/2541ฎีกา 821/2522ฎีกา 108/2538ฎีกา 8888/2542ฎีกา 324/2503ฎีกา 1546/2514ฎีกา 5104/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ