⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.201

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีและไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์ไม่มาศาล ถือเป็นคำขอให้พิจารณาใหม่ ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่เสมียนทนายโจทก์ไปยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีไม่ทันเป็นผลให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 201 วรรคหนึ่ง แต่เสมียนทนายกลับบอกความเท็จแก่ทนายโจทก์ว่าได้เลื่อนคดีเรียบร้อยแล้วนั้น เป็นกรณีที่จะต้องไปว่ากล่าวกันระหว่างทนายโจทก์กับเสมียนทนายอีกส่วนหนึ่งต่างหาก มิใช่เรื่องศาลดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบที่จะขอเพิกถอนได้ ทั้งการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีและไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์ไม่มาศาลดังกล่าวเท่ากับว่าเป็นการอ้างว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาและประสงค์ให้ศาลชั้นต้นนำคดีกลับมาพิจารณาต่อไปถือได้ว่าคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำขอให้พิจารณาใหม่ ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 201 วรรคหนึ่ง ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่ต้องไต่สวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์แล้วผิดนัดไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 4,345,781.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องเพราะจำเลยได้ผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยมาตลอด โจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันสืบพยานโจทก์ทนายจำเลยมาศาลฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ทนายจำเลยแถลงว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วแต่ศาลจะมีคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนและสำคัญไม่อาจไปศาลได้จึงให้เสมียนทนายนำคำร้องไปขอเลื่อนคดี แต่เสมียนทนายได้พายายซึ่งประสบอุบัติเหตุไปส่งโรงพยาบาลเป็นเหตุให้ไปศาลไม่ทันและกลับไปบอกความเท็จแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานทนายโจทก์ว่าได้เลื่อนคดีเรียบร้อยแล้ว เมื่อทนายโจทก์ไปศาลจึงทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว การขาดนัดพิจารณาของโจทก์จึงมิได้เกิดจากความจงใจ หากแต่มีเหตุอันเป็นพฤติการณ์พิเศษนอกเหนือที่โจทก์ไม่อาจบังคับได้ดังกล่าว การที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยไม่ทราบเหตุที่โจทก์ไม่มาศาลจึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลชั้นต้นว่าฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์โดยมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ศาลทราบกรณีย่อมถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา เมื่อจำเลยมิได้ขอให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม) แล้ว ส่วนที่โจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์ทนายโจทก์มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนและสำคัญไม่อาจไปศาลได้จึงให้นายสมโภชน์ จานแก้ว เสมียนทนายนำคำร้องไปขอเลื่อนคดี ขณะนายสมโภชน์จะไปศาลได้รับแจ้งว่ายายประสบอุบัติเหตุ นายสมโภชน์จึงพายายไปส่งโรงพยาบาลเป็นเหตุให้ไปศาลไม่ทันและกลับไปบอกความเท็จแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานทนายโจทก์ว่าได้เลื่อนคดีเรียบร้อยแล้วโดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปวันที่ 25 เมษายน 2544 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อทนายโจทก์ไปศาลในวันดังกล่าวจึงทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว การขาดนัดพิจารณาของโจทก์จึงมิได้เกิดจากความจงใจนั้น ก็เป็นกรณีที่จะต้องไปว่ากล่าวกันระหว่างทนายโจทก์กับเสมียนทนายที่ทำให้เกิดผลเสียหายแก่คดีอีกส่วนหนึ่งมิใช่เรื่องศาลดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบที่โจทก์จะมีสิทธิขอให้เพิกถอนได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีและไต่สวนถึงเหตุที่โจทก์ไม่มาศาลดังกล่าวเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาและประสงค์จะให้ศาลชั้นต้นนำคดีที่ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีไปแล้วกลับมาทำการพิจารณาต่อไป ซึ่งถือได้ว่าคำร้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 วรรคหนึ่ง (เดิม) ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทแคลิฟอร์เนียไอสครีมแอนด์ฟาสฟู้ด จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทแคลิฟอร์เนียไอสครีมแอนด์ฟาสฟู้ด จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิบูลย์ มีอาสา · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 265/2481ฎีกา 2270/2524ฎีกา 779/2532ฎีกา 7279/2540ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5600/2548ฎีกา 3388/2545ฎีกา 768/2493ฎีกา 2897/2553ฎีกา 7844/2540ฎีกา 6892/2540ฎีกา 1260/2499ฎีกา 6935/2537ฎีกา 3346/2535ฎีกา 1638-1640/2500ฎีกา 2045/2514ฎีกา 118/2505ฎีกา 1162/2545ฎีกา 1850/2506ฎีกา 5755/2531ฎีกา 8599/2544ฎีกา 5254/2542ฎีกา 249/2489ฎีกา 788/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ