⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1638-1640/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638-1640/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกได้นั้น โจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกในที่ดินของโจทก์. หากเป็นเพียงข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ศาลควรวินิจฉัยชี้ขาดไปตามรูปคดี.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุก ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ไม่รู้หลักเขตที่ดินของตนแน่นอน จะฟังว่ามีเจตนาบุกรุกยังไม่ได้ และเป็นกรณีพิพาททางแพ่ง ดั่งนี้ ศาลไม่พึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เพราะโจทก์ไม่ได้ทิ้งฟ้องหรือขาดนัด หากศาลชอบที่จะพิพากษาตามรูปคดีชี้ขาดไปตามท้องสำนวน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามคดีว่าบุกรุกในทางอาญา ศาลแขวงพระนครเหนือไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธสู้ว่าที่ดินที่จำเลยเข้าไปปลูกบ้านเป็นที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ของโจทก์ ระหว่างพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงว่า โจทก์จำเลยพิพาทกันเป็นคดีแพ่งอีก ๓ คดี ซึ่งเกี่ยวกับคดีอาญานี้ และว่าในคดีแพ่งโจทก์จำเลยแถลงไว้ว่า ถ้าปรากฎว่าที่ดินตามโฉนดกินถึงที่พิพาท จำเลยยอมแพ้ถ้ากินไม่ถึง โจทก์ยอมแพ้ และในคดีอาญานี้กำลังทำความปรองดองกันในคดีแพ่งดังกล่าวแล้ว ถ้าตกลงกันได้ โจทก์จะไม่ดำเนินคดีอาญานี้ต่อไป จำเลยแถลงว่าไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินโจทก์ โจทก์แถลงว่าแล้วแต่ศาลจะสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีอาญาทั้งสามนี้เป็นข้อพิพาททางแพ่ง ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบทั้งสามคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นอ้างยังไม่พอวินิจฉัยคดีอาญาสามสำนวนนี้ได้ และคู่ความทั้งสองฝ่ายก็ประสงค์จะสืบพยานอยู่ พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เองไม่รู้หลักเขตในที่ดินของโจทก์แน่นอน จะฟังว่าจำเลยมีเจตนาบุกรุกไม่ได้ แต่ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีทั้งสามนี้เป็นกรณีพิพาททางแพ่งจึงสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบนั้น ยังไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา เพราะโจทก์ไม่ได้ทิ้งฟ้องหรือขาดนัด ชอบที่จะพิพากษาไปตามรูปคดี เมื่อคดีได้ความชัดว่าจำเลยไม่มีเจตนาบุกรุกทางอาญาและศาลอุทธรณ์ก็ได้ทำคำพิพากษาไปแล้ว ศาลฎีกาจึงชี้ขาดไปตามท้องสำนวน โดยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638 - 1640/2500 นายเสริม หรือบุญเสริม เหวียนระวีกับพวก โจทก์ นางประทิน อินทรบูรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสริม หรือบุญเสริม เหวียนระวีกับพวก · จำเลย - นางประทิน อินทรบูรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชัย จ. · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสสรนิติสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4810/2542ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 6025/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 3474/2538ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา