⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1444/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอปลดเปลื้องทุกข์ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อันเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้จะมีคำขอห้ามเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากประเด็นหลักเรื่องความเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ประเด็นที่โจทก์ จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมโต้เถียงกันในชั้นฎีกามีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่สาธารณประโยชน์ โจทก์ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิในที่ดินพิพาท แต่หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณประโยชน์ จำเลยร่วมย่อมมีอำนาจหน้าที่ครอบครองดูแลรักษาและจัดการตามกฎหมาย อันมีผลให้จำเลยทั้งห้ามีหน้าที่ดูแลรักษาและจัดการด้วย ดังนั้น ประโยชน์ที่โจทก์ได้ตามฟ้องหรือประโยชน์ที่จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมได้ตามคำให้การ รวมทั้งประโยชน์ที่จำเลยทั้งห้าได้ตามฟ้องแย้งย่อมเป็นกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องความเป็นเจ้าของแห่งที่ดินพิพาท จึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อันเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท และจำเลยทั้งห้าฟ้องแย้งห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทมาด้วย ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากประเด็นหลักเรื่องที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เมื่อราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเป็นจำนวนไม่เกินสองแสนบาท คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันให้มีการรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงบริเวณโรงเรียนบ้านหวายน้อย และได้ปักแนวเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของโรงเรียนรวมเข้ากับที่ดินที่จะขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงด้วย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่า ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 216 หมู่ที่ 5 ตำบลมะบ้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้ามีคำสั่งยกเลิกคำสั่งดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในส่วนที่ดินของโจทก์ และห้ามจำเลยทั้งห้าเข้าเกี่ยวข้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกกระทรวงการคลังเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าโจทก์อาจฟ้องหรืออาจถูกกระทรวงการคลังฟ้องเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอีกได้เมื่อโจทก์ชนะคดีแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมให้การและจำเลยทั้งห้าฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์ โจทก์ไม่อาจยกอายุความการครอบครองปรปักษ์มาต่อสู้เอาที่ดินดังกล่าวได้ จำเลยทั้งห้าไม่ได้ชี้แนวเขตรังวัด ปักหลัก หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อรุกล้ำที่ดินของโจทก์ เพราะเป็นการกระทำตามหน้าที่ราชการและถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง และห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากบิดาโจทก์ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 60 ปี จึงได้สิทธิครอบครองตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) เลขที่ 216 หมู่ที่ 5 ตำบลมะบ้า อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมเข้าเกี่ยวข้อง ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งห้า คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 โจทก์ถึงแก่ความตาย นางคำบง แก่นนาคำ ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาโจทก์ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ผู้มีสิทธิครอบครองเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ราคาประมาณ 60,000 บาท จำเลยทั้งห้าร่วมกันดำเนินการรังวัดที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินพิพาทเพื่อเอาที่ดินพิพาทรวมเข้ากับที่ดินที่จะออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ขอให้พิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้อง และขอให้เรียกกระทรวงการคลังเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เมื่อจำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมให้การและจำเลยทั้งห้าฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ แต่เป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันชื่อป่าดอนหนองสระพัง ขอให้ยกฟ้องและห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้อง ดังนี้ ประเด็นที่โจทก์ จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมโต้เถียงกันในชั้นฎีกามีว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่สาธารณประโยชน์ โจทก์ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิในที่ดินพิพาท แต่หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณประโยชน์ จำเลยร่วมย่อมมีอำนาจหน้าที่ครอบครองดูแลรักษาและจัดการตามกฎหมาย อันมีผลให้จำเลยทั้งห้ามีหน้าที่ดูแลรักษาและจัดการด้วย ดังนั้น ประโยชน์ที่โจทก์ได้ตามฟ้องหรือประโยชน์ที่จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมได้ตามคำให้การรวมทั้งประโยชน์ที่จำเลยทั้งห้าได้ตามฟ้องแย้งย่อมเป็นกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องความเป็นเจ้าของแห่งที่ดินพิพาทจึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อันเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แม้โจทก์จะมีคำขอห้ามจำเลยทั้งห้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทและจำเลยทั้งห้าฟ้องแย้งห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทมาด้วยก็เป็นผลต่อเนื่องมาจากประเด็นหลักเรื่องที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เมื่อราคาทรัพย์หรือจำนวนทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเป็นจำนวนไม่เกินสองแสนบาท คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมฎีกาว่า พยานหลักฐานจำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมมีน้ำหนักมากกว่าฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์นั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วมมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วม คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งห้าและจำเลยร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2548 นายบุญศรี แก่นนาคำ โดยนางคำบง แก่นนาคำ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ จังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก จำเลย กระทรวงการคลัง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญศรี แก่นนาคำ โดยนางคำบง แก่นนาคำผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - จังหวัดร้อยเอ็ด กับพวก · จำเลยร่วม - กระทรวงการคลัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · จรัส พวงมณี · นินนาท สาครรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ