⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1577/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.173

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันซ้ำกับคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้แล้ว เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตามกฎหมาย แม้จะมีการแก้ไขคำฟ้องในภายหลัง ก็ไม่ทำให้ฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลับมาชอบด้วยกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยพนักงานอัยการในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนโจทก์คดีนี้ในกรณีที่โจทก์คดีนี้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารจากจำเลย โดยชำระเงินจองและผ่อนชำระราคาไปแล้ว ขอให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์คดีนี้ การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยที่โจทก์ได้ชำระไปตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารรายเดียวกันอีก จึงเป็นการยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันเป็นเพียงซ้อนกับคดีก่อนต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) แม้ต่อมาโจทก์ในคดีก่อนจะขอแก้ไขคำฟ้องโดยขอตัดรายชื่อโจทก์คดีนี้จากคำฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์คดีนี้ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแต่ต้นกลับเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2536 โจทก์ตกลงทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารโครงการเมืองทองสุขสวัสดิ์ จากจำเลย โดยชำระเงินให้จำเลยไปแล้วจำนวน 189,750 บาท จำเลยตกลงจะก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ภายในกำหนด 24 เดือน นับแต่วันทำสัญญา ครั้นครบกำหนดจำเลยไม่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ โจทก์จึงมีหนังสือขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา หากพ้นกำหนดให้ถือว่าหนังสือฉบับดังกล่าวเป็นการบอกเลิกสัญญา จำเลยเพิกเฉย คิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นจำนวน 64,594 บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน 254,344 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 189,750 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 189,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มกราคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามสำเนาคำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 1640/2543 ของศาลแพ่งว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยพนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนโจทก์คดีนี้ในกรณีที่โจทก์คดีนี้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารจากจำเลย โดยชำระเงินจองและผ่อนชำระราคาไปแล้ว 189,750 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์คดีนี้เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2543 การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นขอให้จำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยที่โจทก์ได้ชำระไปตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารรายเดียวกันอีกในวันที่ 19 กรกฎาคม 2543 จึงเป็นการยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอื่นอันเป็นฟ้องซ้อนกับคดีก่อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) แม้ต่อมาโจทก์ในคดีก่อนจะขอแก้ไขคำฟ้องโดยขอตัดรายชื่อโจทก์คดีนี้จากคำฟ้องเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2544 ตามสำเนาคำร้องเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาของโจทก์ ก็ไม่ทำให้ฟ้องโจทก์คดีนี้ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแต่ต้นกลับเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่าการบอกเลิกสัญญาของโจทก์ชอบหรือไม่" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2548 นายธวัชชัย ริ้วฉิม โจทก์ บริษัทบางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธวัชชัย ริ้วฉิม · จำเลย - บริษัทบางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน กองแก้ว · มงคล ทับเที่ยง · พินิจ บุญชัด
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5882/2541ฎีกา 8235/2548ฎีกา 1397/2494ฎีกา 2204/2535ฎีกา 369/2522ฎีกา 10554/2557ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 6486/2558ฎีกา 9704/2558ฎีกา 6344/2540ฎีกา 3528/2524ฎีกา 15230/2555ฎีกา 746/2533ฎีกา 6554/2544ฎีกา 2960/2537ฎีกา 5047/2547ฎีกา 3622/2530ฎีกา 3131/2562ฎีกา 778/2503ฎีกา 6283/2552ฎีกา 4715/2529ฎีกา 4329/2545ฎีกา 15364-15365/2555ฎีกา 7635/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ