⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2426/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.138, 229

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้คำพิพากษาตามยอมไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ต้องอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาตามยอม การยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่มีบทกฎหมายให้อำนาจจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยทั้งสอง และศาลพิพากษาตามยอมแล้ว เมื่อโจทก์เห็นว่าข้อตกลงตามสัญญายอมข้อใดไม่ชอบ ทำให้คำพิพากษาตามยอมไม่ชอบ เข้าข้อยกเว้นที่โจทก์สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง โจทก์ก็ต้องอุทธรณ์คำพิพากษานั้นภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาตามยอมให้คู่ความฟัง การที่โจทก์ไม่อุทธรณ์แต่กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจจึงไม่ชอบ ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ เมื่อโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์จึงชอบแล้ว เพราะกรณีของโจทก์เป็นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทก์ขอให้เพิกถอนหาใช่เป็นอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมตามข้อยกเว้นของ ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคสอง ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย ต่อมาโจกท์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความอ้างว่าสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีที่ศาลพิพากษาตามยอม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุ 3 ประการตามที่บัญญัติไว้คือ (1) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล (2) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (3) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์เห็นว่าข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนทำให้คำพิพากษาตามยอมไม่ชอบเข้าข้อยกเว้นที่โจทก์สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมได้ โจทก์ก็ต้องอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาตามยอมให้คู่ความฟัง คือภายใน 7 มีนาคม 2545 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แต่โจทก์หาได้อุทธรณ์ไม่ กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2545 โดยไม่มีบทกฎหมายใดให้โจทก์กระทำเช่นนั้นได้ การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ไว้วินิจฉัยด้วยเหตุดังกล่าวจึงชอบแล้ว เพราะกรณีของโจทก์เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอน หาใช่เป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคสอง ที่โจทก์จะอุทธรณ์ได้ไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2426/2548 นางนิตยา บุนนาค (นามะสนธิ) โจทก์ วัดแสงสรรค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิตยา บุนนาค (นามะสนธิ) · จำเลย - วัดแสงสรรค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพัฒน์ บุญยุบล · บรรหาร มูลทวี · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2194/2552ฎีกา 7168/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1091/2480ฎีกา 9203/2547ฎีกา 1591/2495ฎีกา 215/2544ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 3222/2525ฎีกา 1077/2532ฎีกา 2169/2523ฎีกา 577/2549ฎีกา 1280/2505ฎีกา 7161-7162/2544ฎีกา 2002/2511ฎีกา 5285/2537ฎีกา 2157/2543ฎีกา 6969/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ