⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2784/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2784/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คที่รับโอนเช็คมาโดยสุจริต ย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้สั่งจ่ายชำระเงินตามเช็คได้ แม้ผู้สั่งจ่ายจะอ้างว่าตนไม่มีนิติสัมพันธ์กับผู้ทรงคนสุดท้ายก็ตาม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการโอนเช็คนั้นมีลักษณะเป็นการคบคิดฉ้อฉลกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คชำระเงินตามเช็คซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลเช็คหาอาจต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์และจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จำเลยไม่เคยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยสั่งจ่ายเช็คให้แก่ ช. เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ แต่ ช. คบคิดกับโจทก์ฉ้อฉลจำเลย โดยโจทก์นำเช็คไปลงวันที่แล้วนำไปเรียกเก็บเงินเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าโจทก์คบคิดกับ ข. ฉ้อฉลจำเลยอย่างไร เช็คเป็นตราสารที่โอนเปลี่ยนมือกันได้ ช. ซึ่งเป็นผู้ทรงก็ย่อมมีสิทธิโอนเช็คให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ผู้รับโอนเช็คหาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยไม่ ทั้งการโอนก็ทำได้เพียงส่งมอบให้กันเนื่องจากเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือ และต้องถือว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยสุจริตตามมาตรา 5 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงและทำการโดยสุจริตย่อมมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คซึ่งจำเลยมิได้ลงวันสั่งจ่ายได้ ตามมาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 989 เมื่อคำให้การของจำเลยไม่ชัดแจ้งว่ามีการคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไร จึงเป็นคำให้การที่ไม่มีประเด็นจะสืบและคดีวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลย จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คเมื่อธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยจึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914, 989 ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.905 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาบ้านโป่ง ซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายนำมาแลกเงินสดจากโจทก์รวม 3 ฉบับ เป็นเงิน 356,300 บาท เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดเรียกเก็บเงิน โจทก์นำไปเข้าบัญชีเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินตามวิธีการของธนาคาร ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสามฉบับ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 358,526.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 356,300 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์และจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกันจำเลยไม่เคยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ แต่นายชรินทร์กลับคบคิดกับโจทก์ฉ้อฉลจำเลย โดยโจทก์นำเช็คพิพาทไปลงวันที่แล้วนำไปเรียกเก็บเงินตามเช็คเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 358,526.87 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 356,300 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,000 บาท จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาทต่อโจทก์นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทรับผิดชำระเงินตามเช็คซึ่งโจทก์ในฐานะผู้ทรงนำไปเรียกเก็บเงินไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลเช็คพิพาทหาอาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนนั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ประกอบมาตรา 989 ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์และจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จำเลยไม่เคยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ แต่นายชรินทร์คบคิดกับโจทก์ฉ้อฉลจำเลย โดยโจทก์นำเช็คพิพาทไปลงวันที่แล้วนำไปเรียกเก็บเงินเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายนั้น จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าโจทก์คบคิดกับนายชรินทร์ฉ้อฉลจำเลยอย่างไร เช็คเป็นตราสารที่โอนเปลี่ยนมือกันได้ นายชรินทร์ซึ่งเป็นผู้ทรงก็ย่อมมีสิทธิโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ผู้รับโอนเช็คพิพาทหาจำต้องมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยไม่ ทั้งการโอนก็ทำได้เพียงส่งมอบให้กัน เนื่องจากเช็คพิพาทมาโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายและทำการโดยสุจริตย่อมมีสิทธิที่จะจดวันออกเช็คตามที่ถูกต้องแท้จริงลงในเช็คพิพาทซึ่งจำเลยมิได้ลงวันสั่งจ่ายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 989 เมื่อคำให้การของจำเลยไม่ชัดแจ้งว่ามีการคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไร จึงเป็นคำให้การที่ไม่มีประเด็นจะสืบ และคดีวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์จำเลย เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องว่าจำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทและธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยจึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 วรรคหนึ่ง, 914, 989 ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2784/2548 นางสาวรติรัตน์ ไชยสูรยกานต์ โจทก์ นางกมลพร ศุขโต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวรติรัตน์ ไชยสูรยกานต์ · จำเลย - นางกมลพร ศุขโต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 10166/2539ฎีกา 610/2520ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1739/1739ฎีกา 1195/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2902/2557ฎีกา 4873/2528ฎีกา 18343/2556ฎีกา 6695/2548ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 3329/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา