⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2841/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2841/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่กรณีตกลงกันให้ซ่อมรถที่เสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม โดยไม่มีข้อความระบุถึงการสละข้อเรียกร้องอื่น หรือการระงับข้อพิพาททั้งสิ้น ไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ละเมิดจึงยังไม่ระงับ.

ย่อคำพิพากษา

บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า "วันที่ 23 ธันวาคม 2539 ได้มี ป. ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง และ ว. ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ มาพบเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ที่ตกลงกันได้ คือ ป. ได้เรียกร้องให้ ว. ซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม และ ว. ยอมตกลงตามข้อเสนอทุกประการ" เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุถึงค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายรวมทั้งมิได้ระบุถึงค่าเสียหายอื่นๆ ที่โจทก์ทั้งสองพึงได้รับชดใช้จากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏข้อความให้เห็นด้วยว่าคู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้น หรือข้อความว่าโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะฟ้องร้องจำเลยทั้งสองทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ละเมิดระหว่างโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 1 จึงยังไม่ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จนได้รับความเสียหาย และโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 273,500 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าขาดผลประโยชน์ในอัตราวันละ 300 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จนใช้การได้ตามปกติ จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองทิ้งฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจารสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 74,445 บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างต่อโจทก์ทั้งสอง เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย และรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหาย คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 อันทำให้มูลหนี้ที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองระงับไปและมีผลให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 หลุดพ้นความรับผิดตามฟ้องหรือไม่ ตามบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2539 ได้มีพันตรีประเสริฐ ฝั่งชลจิตร ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 0575 นครศรีธรรมราช นายวิทยา ศุปการ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ผ - 2819 สงขลา ได้มาพบพนักงานสอบสวนผู้แจ้งเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ปรากฏว่าตกลงกันได้ คือ 1. พันตรีประเสริฐและนายเสถียรได้เรียกร้องให้นายวิทยาซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม (ปรากฏตามบันทึกตรวจสภาพรถของพนักงานสอบสวน) 2. นายวิทยาตกลงตามข้อเสนอของนายประเสริฐและนายเสถียรทุกประการโดยได้นำรถไปซ่อมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2539 แล้ว จากข้อความดังกล่าว เห็นว่า เป็นเพียงเอกสารที่พันตรีประเสริฐ โจทก์ที่ 2 ตกลงให้นายวิทยาจำเลยที่ 1 นำรถยนต์คันที่เสียหายไปซ่อมให้อยู่ในสภาพตามเดิมโดยมีแต่รายการความเสียหายของรถตามบันทึกการตรวจสภาพรถของพนักงานสอบสวน เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุถึงค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 2 พึงได้รับจากการที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย รวมทั้งมิได้ระบุถึงค่าเสียหายอื่นๆ ที่โจทก์ทั้งสองพึงได้รับชดใช้จากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เช่น ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ที่ถูกกระทำละเมิด ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถตามปกติของรถคันที่ถูกกระทำละเมิดของโจทก์ทั้งสอง นอกจากนี้เอกสารดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความให้เห็นด้วยว่าคู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้น หรือข้อความที่ว่าโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะฟ้องร้องจำเลยทั้งสองทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป บันทึกรายงานประจำวันดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ละเมิดระหว่างโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 1 จึงยังไม่ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2539 อันเป็นวันละเมิดไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองนั้น จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2841/2548 นางนิวร ฝั่งชลจิตร กับพวก โจทก์ นายวิทยา ศุปการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิวร ฝั่งชลจิตร กับพวก · จำเลย - นายวิทยา ศุปการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิระวรรณ ศิริบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · จรูญ อินทจาร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2501/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 8207/2538ฎีกา 801/2521ฎีกา 3912/2526ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 276/2520ฎีกา 174/2538ฎีกา 4085/2559ฎีกา 5712/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ