⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3269/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับอาวัลมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ที่ตนได้อาวัลให้ได้เมื่อได้ใช้เงินตามตั๋วให้แก่ผู้ทรงแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยอมอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินให้จำเลยที่ 1 จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน (อาวัล) จำเลยที่ 1 ในการใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ทรงและโจทก์ต้องผูกพันรับผิดต่อผู้ทรงเป็นอย่างเดียวกันกับจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ได้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ทรงแทนจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ย่อมใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 1 ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 940 วรรคท้าย จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินคืนแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อนำไปจำนำไว้แก่โจทก์เป็นประกันการที่โจทก์ยอมอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินให้จำเลยที่ 1 ซึ่งตามสัญญาจำนำมีข้อตกลงว่า หากจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ยอมให้โจทก์เรียกเก็บเงินจากตั๋วสัญญาใช้เงินของจำเลยที่ 2 ได้ทันที แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะถูกองค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) มีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ ก็เป็นเรื่องความรับผิดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ตามสัญญาจำนำ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่รับจำนำไว้ หนี้ตามสัญญาใช้เงินที่โจทก์อาวัลยังไม่ระงับ จึงไม่ทำให้จำเลยที่ 1 พ้นจากความรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.747 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.938 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.940

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,009,008,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยจำนวน 190,249,677.86 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 22 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,009,008,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยจำนวน 161,168,294.96 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.25 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,009,008,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,009,008,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 148,410,000 บาท 259,717,500 บาท 26,190,000 บาท 45,832,500 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 จากต้นเงินจำนวน 4,950,000 บาท นับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2540 จากต้นเงินจำนวน 160,282,800 บาท 280,494,900 บาท 28,285,200 บาท 49,499,100 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 จากต้นเงินจำนวน 5,346,000 บาท นับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 18 พฤศจิกายน 2541) ต้องไม่เกิน 190,249,677.86 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ เมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม 2539 ถึงเดือนสิงหาคม 2539 จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 10 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่บริษัททำนาลำไซ จำกัด โดยขอให้โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวทั้ง 10 ฉบับ และจำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 3 ฉบับ ที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกสั่งให้ใช้เงินแก่จำเลยที่ 1 มาจำนำกับโจทก์เพื่อเป็นประกันการที่โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงิน 10 ฉบับ ต่อมาเมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ 1 ออกเพื่อชำระหนี้ถึงกำหนดชำระ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน จำเลยที่ 2 ไม่ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ ที่จำนำไว้เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ระงับการดำเนินกิจการ ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ชำระเงิน โจทก์ได้ชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 10 ฉบับ แทนจำเลยที่ 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาประการแรกว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 10 ฉบับ ต่อโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คำขอให้โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาจำนำตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีข้อตกลงที่แท้จริงว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระหนี้ที่โจทก์ชำระเงินให้แก่บริษัททำนาลำไซ จำกัด ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์รับอาวัลตามฟ้องแทนจำเลยที่ 1 แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์รับอาวัลไว้แทนจำเลยที่ 1 ดังนี้คำขอให้โจทก์อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินและสัญญาจำนำตั๋วสัญญาใช้เงินจึงไม่เป็นนิติกรรมอำพราง และเมื่อโจทก์ยอมอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินให้จำเลยที่ 1 เช่นนี้โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน (อาวัล) จำเลยที่ 1 ในการใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ทรง และโจทก์ต้องผูกพันรับผิดต่อผู้ทรงเป็นอย่างเดียวกันกับจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์ในฐานะผู้อาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินได้ใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 10 ฉบับให้แก่ผู้ทรงแทนจำเลยที่ 1 โจทก์ย่อมใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 940 วรรคท้าย จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 10 ฉบับแก่โจทก์ การที่จำเลยที่ 2 ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่จำเลยที่ 1 นำมาจำนำไว้กับโจทก์ถูกองค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) มีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้นั้น เป็นเรื่องความรับผิดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ตามสัญญาจำนำและโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่รับจำนำไว้ หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์อาวัลยังไม่ระงับ จึงไม่ทำให้จำเลยที่ 1 พ้นจากความรับผิด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2548 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นางสาวสุนีย์ โรจนเศรษฐพงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางสาวสุนีย์ โรจนเศรษฐพงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · จรัส พวงมณี · นินนาท สาครรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1441/2505ฎีกา 312/2531ฎีกา 2521/2540ฎีกา 815/2533ฎีกา 449/2519ฎีกา 979/2501ฎีกา 8296/2551ฎีกา 192/2518ฎีกา 4278/2534ฎีกา 1474/2528ฎีกา 2807/2536ฎีกา 200/2496ฎีกา 3599/2530ฎีกา 3782/2556ฎีกา 1853/2511ฎีกา 3702/2528ฎีกา 1612/2512ฎีกา 4046/2535ฎีกา 3176/2538ฎีกา 2888/2532ฎีกา 490/2502ฎีกา 3837/2535ฎีกา 694/2544ฎีกา 5478/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ