⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3922/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3922/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินมอบโฉนดและลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่ได้กรอกข้อความให้แก่บุคคลอื่น ถือเป็นการกระทำที่ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เจ้าของที่ดินจึงไม่อาจอ้างความประมาทเลินเล่อของตนมาฟ้องให้บุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนพ้นจากความรับผิดได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ธ. ได้ขอซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวโดยให้ ม. เป็นนายหน้า ต่อมา ม. นำเอกสารให้โจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความ และโจทก์ยังได้มอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่ ม. ไปจนกระทั่งมีการกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ส. มีอำนาจจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทได้ เป็นการกระทำที่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามพฤติการณ์ของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทกระทำดังกล่าว ถือว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โจทก์จึงไม่อาจอ้างความประมาทเลินเล่อของตนมาเป็นมูลเหตุฟ้องร้องจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนเพื่อให้ตนพ้นความรับผิด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 25664 และ 32463 จังหวัดเชียงใหม่ โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน กับให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินคืนโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยถึงแก่กรรม นางบุญนาค รัตนสุนทร ผู้จัดการมรดกของจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายทอน ศิริวงศ์ ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทดังกล่าวได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์นำสืบเพียงว่าได้พิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.8 โดยขณะนั้นยังไม่มีการกรอกข้อความไว้และเข้าใจว่าเป็นใบรับเงินมัดจำที่นายธนัทตกลงซื้อที่ดินพิพาทและได้มอบหนังสือมอบอำนาจกับโฉนดที่ดินพิพาทให้นายมาไป ต่อมาจึงทราบว่ามีการมอบอำนาจให้นางสุวพันธ์ ดำคำ เป็นผู้รับมอบอำนาจไปดำเนินการจดทะเบียนจำนองแทนทั้งโจทก์และจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติกรรมอย่างไรที่ส่อแสดงถึงความไม่สุจริตหรือบ่งชี้ได้ว่าจำเลยเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงกรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว โดยที่นางสุวพันธ์ซึ่งมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ก็ยังเบิกความว่า ไม่เคยรู้จักทั้งโจทก์และจำเลยมาก่อน แม้นางสุวพันธ์จะเบิกความว่าหลังเกิดเหตุจำเลยเคยติดต่อกับนายธนัทและให้นายธนัทใช้รถยนต์ก็ยังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยสมคบกับนายธนัทนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองไว้แก่จำเลย คงรับฟังได้เพียงว่า จำเลยรู้จักกับนายธนัทเท่านั้น ทางนำสืบของโจทก์ของโจทก์ไม่อาจพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าจำเลยสมคบกับนายธนัท และนางสุวพันธ์ จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทโดยไม่สุจริต ส่วนเรื่องราคาที่ดินที่โจทก์อ้างว่ามีราคาจริงเพียง 280,000 บาท เท่านั้น ซึ่งต่างจากราคาจำนองมาก แสดงว่าจำเลยไม่สุจริตนั้น เห็นว่า ได้ความจากนายอุดม จันทรปรีชา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสันป่าตอง พยานโจทก์เบิกความว่า ในช่วงปี 2538 นั้น มีการซื้อขายที่ดินกันมาก ราคาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดสูงกว่าราคาประเมินของสำนักงานที่ดินมากจึงฟังไม่ได้ว่าราคาที่รับจำนองที่ดินพิพาทสูงเกินความจริงไปมากดังที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์ฎีกาว่าใบรับเงินตามเอกสารหมาย ล.3 ซึ่งมีข้อความระบุว่า นายธนัทได้รับเงินแล้วปรากฏว่า เอกสารดังกล่าวลงวันที่ 28 สิงหาคม 2538 ซึ่งเป็นระยะเวลาก่อนมีการจดทะเบียนจำนองถึง 2 วัน แต่ทางนำสืบของจำเลย นางบุญนาคเบิกความว่า จำเลยได้จ่ายเงินให้แก่นายธนัทภายหลังจากมีการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท จึงขัดแย้งกัน ฟังไม่ได้ว่าจำเลยรับจำนองโดยมีค่าตอบแทนให้แก่นายธนัท เห็นว่า ใบรับเงินตามเอกสารหมาย ล.3 ได้ทำขึ้นเป็นหลักฐานรับรองการจ่ายตั๋วเงินตามเอกสารหมาย ล.2 แสดงว่านายธนัทได้รับเงินจากจำเลยแล้วจริง แม้นางบุญนาคจะเบิกความแตกต่างเรื่องรับเงินก่อนหรือหลังวันจดทะเบียนจำนองไปบ้างซึ่งอาจเป็นเพราะนางบุญนาคจำสับสน แต่ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญถึงกับทำให้พยานเอกสารดังกล่าวรับฟังไม่ได้ พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยรับจำนองที่ดินพิพาทไว้โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าจำเลยรับจำนองที่ดินพิพาททั้งที่นายธนัทยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ เป็นพฤติการณ์ที่ผิดปกติวิสัย เห็นว่า ตามพฤติการณ์ของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทพิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.8 โดยมิได้กรอกข้อความทั้งยังได้มอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่นายมาไปจนกระทั่งต่อมามีผู้กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวว่าโจทก์มอบอำนาจให้นางสุวพันธ์มีอำนาจจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทได้ เป็นการกระทำที่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นนำเอกสารเหล่านั้นไปใช้จดทะเบียนจำนองแก่จำเลย ถือว่าโจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โจทก์จึงไม่อาจอ้างความประมาทเลินเล่อของตนมาเป็นมูลฟ้องร้องจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตเพื่อให้ตนพ้นความรับผิดได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3922/2548 นายแดง ศิริวงค์ โดยนายทอน ศิริวงศ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายสุรินทร์ รัตนสุนทร โดยนางบุญนาค รัตนสุนทร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแดง ศิริวงค์ โดยนายทอน ศิริวงศ์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นายสุรินทร์ รัตนสุนทร โดยนางบุญนาค รัตนสุนทรผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล พิชยวัฒน์ · ธาดา กษิตินนท์ · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ