⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4045/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4045/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่คู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทโดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ทำให้คู่กรณีหมดสิทธิเรียกร้องในข้อพิพาทนั้นอีกต่อไป ผู้รับประกันภัยจะรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยได้เพียงเท่าที่ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์กระบะของ ส. ที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย ซึ่งตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี นอกจากพนักงานสอบสวนจะทำบันทึกแจ้งข้อหาจำเลยเป็นคดีอาญาและเปรียบเทียบปรับอันทำให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกันแล้ว พนักงานสอบสวนยังทำบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหายมีข้อความว่า คู่กรณีสมัครใจตกลงกันโดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย ตกลงกันเป็นที่พอใจแล้วจึงให้ ส. และจำเลยลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน ดังนี้แสดงว่า ส. และจำเลยตกลงกันว่าไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน เป็นการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปโดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างซ่อมรถที่เสียหายเอง ข้อตกลงเช่นนี้มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ทำให้ ส. ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถของ ส. จะรับช่วงสิทธิของ ส. ได้เพียงเท่าที่ ส. ผู้เอาประกันภัยมีอยู่เท่านั้น แม้ ส. จะทำบันทึกตกลงกับจำเลยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ก็ตาม แต่ ส. เป็นผู้ได้รับความเสียหายกรณีละเมิดถูกรถยนต์จำเลยเฉี่ยวชน ย่อมมีสิทธิที่จะทำข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่กับจำเลยด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน อันเป็นการสละสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ เมื่อ ส. ผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ดังนี้ โจทก์ผู้รับประกันภัยย่อมไม่อาจรับช่วงสิทธิของ ส. ที่จะมาเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ การที่โจทก์ผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ส. ผู้เอาประกันภัยไปเป็นการปฏิบัติไปตามข้อสัญญาในกรมธรรม์ที่โจทก์ทำไว้กับ ส. เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.877 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 25,240.45 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2543 อันเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2543 จำเลยขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ขนจ ชบ 582 โดยมีนายชาตรี บุญญเขตต์ นั่งซ้อนท้ายออกจากถนนซอยด้วยความประมาทตัดหน้ารถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บย 9834 ชลบุรี ที่นายสมพร โสภณ ขับมาตามถนนศรีราชา - ซากค้อ อย่างกะทันหันเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบปรับจำเลยในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และพนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหายไว้ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.7 โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บย 9834 ชลบุรี ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปซ่อมเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 25,240.45 บาท คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์ได้รับช่วงสิทธิและมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.7 พนักงานสอบสวนได้บันทึกแจ้งข้อหาจำเลยไปคดีอาญาในข้อหาขับรถประมาทเฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเปรียบเทียบปรับ ซึ่งนอกจากจะทำให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกันแล้ว พนักงานสอบสวนยังบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหายมีข้อความว่า คู่กรณีสมัครใจตกลงกันโดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหาย ตกลงกันเป็นที่พอใจแล้วจึงให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน โดยนายสมพรผู้เอาประกันภัยและจำเลยลงชื่อทั้งสองฝ่าย ดังนี้ แสดงว่านายสมพรผู้เอาประกันภัยรถยนต์กระบะคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้ตกลงกับจำเลยว่าไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน จึงเป็นการระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปโดยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างซ่อมรถที่เสียหายเอง ข้อตกลงเช่นนี้มีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ซึ่งมีผลให้นายสมพรผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้อีก โจทก์ผู้รับประกันภัยจะรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยเพียงเท่าที่ผู้เอาประกันภัยมีอยู่เท่านั้น เมื่อผู้เอาประกันภัยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย โจทก์ผู้รับประกันภัยย่อมไม่ได้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่จะมาเรียกค่าเสียหายจากจำเลย แม้โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เอาประกันภัยก็เป็นการปฏิบัติไปตามข้อสัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ทำไว้กับผู้เอาประกันภัย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่านายสมพรผู้เอาประกันภัยทำบันทึกตกลงกับจำเลยตามเอกสารหมาย จ.7 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ไม่มีผลผูกพันโจทก์นั้น เห็นว่า นายสมพรผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เสียหายกรณีละเมิดถูกรถจักรยานยนต์จำเลยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิที่จะทำข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่กับจำเลยด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน อันเป็นการสละสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์และมีผลทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยนำคดีมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้ สำหรับคำพิพากษาฎีกาที่ 4445/2538 ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4045/2548 บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวีระชัย ดีพา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวีระชัย ดีพา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สถิตย์ ทาวุฒิ · ปัญญา ถนอมรอด · เฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 2460/2517ฎีกา 7335/2538ฎีกา 643/2497ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ