⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4074/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4074/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 19 ต้องเป็นการแจ้งต่อศาลโดยโจทก์เอง เพื่อให้ศาลบันทึกใจความไว้เป็นหลักฐาน การให้เจ้าหน้าที่นำบันทึกการฟ้องมาเสนอต่อศาล ไม่ถือเป็นการฟ้องคดีด้วยวาจาโดยโจทก์

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์อาจฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ หากจะฟ้องด้วยวาจา โจทก์ต้องแจ้งต่อศาลถึงชื่อ ที่อยู่ และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำที่อ้างว่าจำเลยไดกระทำความผิด ข้อเท็จจริง และรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี และมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ศาลจะบันทึกใจความไว้เป็นหลักฐานและให้คู่ความลงชื่อไว้ ดังนั้น โจทก์จึงต้องมาศาลกล่าวฟ้องจำเลยต่อศาลด้วยวาจาให้ได้สาระตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว การที่โจทก์ให้พนักงานธุรการนำบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจามาเสนอต่อศาลชั้นต้น และเจ้าหน้าที่ของศาลได้ประทับตราพนักงานรับฟ้องไว้ โดยสภาพของบันทึกดังกล่าวไม่ใช่การฟ้องคดีอาญาต่อศาลด้วยวาจา แต่เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานเพื่อจะฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาด้วยวาจา และเป็นความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การที่ในวันดังกล่าวโจทก์ไม่ได้มาศาล จึงไม่อาจฟ้องคดีด้วยวาจาได้ ศาลเองก็ไม่อาจพิจารณาพิพากษาลงโทษหรือพิพากษายกฟ้องจำเลยได้ กรณีต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.19 พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ให้พนักงานธุรการนำบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจามายื่นฟ้องต่อพนักงานรับฟ้องเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2545 เวลา 15.55 นาฬิกา กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ครั้นเวลา 16.25 นาฬิกา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลรายงานต่อศาลว่าได้ประกาศเรียกโจทก์เข้าพิจารณาตามที่ศาลสั่งแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ศาลออกนั่งพิจารณาเวลา 16.35 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกโจทก์แล้ว โจทก์ไม่มาศาล จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 181 พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลแขวงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์อาจฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ หากจะฟ้องด้วยวาจาตามวรรคสองของบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้โจทก์ต้องแจ้งต่อศาลถึง ชื่อ ที่อยู่ และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา สถานที่และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี และมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด ซึ่งศาลจะบันทึกใจความไว้เป็นหลักฐานและให้คู่ความลงชื่อไว้ วิธีปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์จึงต้องมาศาลกล่าวฟ้องจำเลยต่อศาลด้วยวาจาให้ได้สาระดังกล่าว ตามข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545 มีการนำบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจามาเสนอต่อศาลชั้นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ของศาลได้ประทับตราพนักงานรับฟ้องไว้ โดยสภาพของบันทึกดังกล่าวจึงไม่ใช่การฟ้องคดีอาญาต่อศาลด้วยวาจา แต่เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานเพื่อจะฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาด้วยวาจา เพราะเป็นความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น ข้อเท็จจริงได้ความต่อไปตามที่ศาลได้บันทึกไว้ตอนท้ายของเอกสารบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ คำพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 (การพนัน) ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545 ว่า ศาลออกนั่งพิจารณา 16.30 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกโจทก์แล้ว โจทก์ไม่มาศาลจึงให้ยกฟ้องโจทก์... ฯลฯ และรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545 กับรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 1 มีนาคม 2545 ก็ยืนยันว่าในวันดังกล่าวโจทก์ไม่ได้มาศาล ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงจึงไม่อาจมีการฟ้องคดีด้วยวาจาได้เพราะโจทก์ไม่ได้มาศาล ศาลจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้องก็ไม่ได้ ข้อความในบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาฉบับดังกล่าวที่ระบุว่า ศาลจึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏอยู่ก่อนข้อความที่ศาลบันทึกว่าศาลออกนั่งพิจารณาเวลา 16.35 นาฬิกานั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นข้อความของแบบพิมพ์ซึ่งศาลลืมขีดฆ่าออกเท่านั้น และที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องก็ไม่ถูกต้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4074/2548 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นางชื่น โหนขุนทด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว · จำเลย - นางชื่น โหนขุนทด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · ธาดา กษิตินนท์ · องอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 3469/2547ฎีกา 1113/2510ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 463/2566ฎีกา 4136/2541ฎีกา 797/2525ฎีกา 4245/2565ฎีกา 2129/2532ฎีกา 1997/2536ฎีกา 1121/2502ฎีกา 2068/2514ฎีกา 3213/2526ฎีกา 477/2535ฎีกา 3828/2531ฎีกา 7101/2537ฎีกา 95/2507ฎีกา 3584/2532ฎีกา 2404/2533ฎีกา 3477/2565ฎีกา 7712/2544ฎีกา 4908/2548ฎีกา 441/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ