⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4918/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4918/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดอัตราดอกเบี้ยในสัญญากู้เงินที่ระบุให้ผู้ให้กู้มีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยได้ตามประกาศของตนเองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีผลบังคับได้หากอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด และการคิดดอกเบี้ยของผู้ให้กู้ต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันและไม่ขัดต่อกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้เงินระบุข้อตกลงว่าผู้กู้ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปีหรือตามอัตราดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งผู้ให้กู้อาจเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้และผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยใหม่ตามประกาศของธนาคารโจทก์ ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในระหว่างสัญญาโดยอนุวัตตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม (ฉบับที่ 5) ฯ ที่กำหนดให้โจทก์เรียกดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมได้ในอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 19 ต่อปี โดยไม่มีข้อกำหนดให้ต้องประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยแต่ประการใด อัตราดอกเบี้ยตามที่โจทก์และจำเลยตกลงกันตามสัญญากู้เงินไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์มีสิทธิคิดจากจำเลยได้ตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว การทำสัญญากู้เงินของโจทก์และจำเลยเป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญาและอยู่ในกรอบที่ประกาศกระทรวงการคลังกำหนดจึงไม่ตกเป็นโมฆะ และแม้ขณะทำสัญญากู้เงินดังกล่าวจะมีประกาศของโจทก์เรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราที่ระบุไว้ในสัญญากู้เงิน ซึ่งโจทก์จะคิดดอกเบี้ยจากจำเลยเกินกว่าประกาศของโจทก์ไม่ได้ก็ตาม ก็ได้ความว่าในทางปฏิบัติจริงโจทก์คิดดอกเบี้ยและปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอยู่ภายในกรอบแห่งประกาศธนาคารโจทก์และประกาศกระทรวงการคลัง การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงไม่ขัดต่อกฎหมายและมีผลบังคับกันได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมเดช รักเสมอใจ ชำระเงิน 1,201,388.21 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.50 ต่อปี ของต้นเงิน 688,826.92 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยโจทก์ทุก 3 ปีต่อครั้ง เป็นเงินครั้งละ 1,609 บาท เริ่มชำระครั้งแรกภายในเดือนเมษายน 2545 จนกว่าจะชำระแก่โจทก์จนเสร็จสิ้น หากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ ขอให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากขายได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยและทรัพย์สินกองมรดกของนายสมเดชนำออกมาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมเดช รักเสมอใจ ชำระเงินจำนวน 576,609 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 16 เมษายน 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ทั้งนี้ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกได้แก่จำเลย หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้หากได้เงินพอ (ที่ถูก หากได้เงินไม่พอ) ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของกองมรดกของนายสมเดชมาขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า นายสมเดช รักเสมอใจ ทำหนังสือสัญญากู้เงินจากโจทก์จำนวน 710,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตกลงผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน เดือนละ 9,000 บาท และยินยอมให้โจทก์ปรับเปลี่ยนดอกเบี้ยได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และนายสมเดชจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ นับแต่วันทำสัญญานายสมเดชมิได้นำต้นเงินและดอกเบี้ยมาชำระให้แก่โจทก์ตามสัญญาโดยครั้งสุดท้ายนายสมเดชนำเงินมาชำระให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2541 เป็นเงิน 9,000 บาท โจทก์ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 13.50 ต่อปี เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2545 มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ข้อสัญญากู้เงินเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยของโจทก์ตกเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ. 5 ข้อ 1 ระบุความว่า ผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เป็นรายเดือนสำหรับเงินกู้ตามสัญญานี้ให้อัตราร้อยละ 19 ต่อปี หรือตามอัตราดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งผู้ให้กู้อาจเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ข้างต้นนี้ และผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยใหม่ตามประกาศธนาคารฯ สัญญาข้อนี้เป็นข้อตกลงให้โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในระหว่างสัญญาโดยอนุวัตตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2535 ที่กำหนดให้ธนาคารโจทก์เรียกดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมได้ในอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 19 ต่อปี โดยไม่มีข้อกำหนดให้ต้องประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยแต่ประการใด อัตราดอกเบี้ยตามที่โจทก์และจำเลยตกลงกันตามหนังสือสัญญากู้เงินข้อ 1 ไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์มีสิทธิคิดจากจำเลยได้ตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว การทำสัญญากู้ยืมเงินของโจทก์และจำเลยเป็นไปตามเจตนาของคู่สัญญาและอยู่ในกรอบที่ประกาศกระทรวงการคลังกำหนด จึงไม่ตกเป็นโมฆะ และแม้ขณะทำหนังสือสัญญากู้เงินดังกล่าวจะมีประกาศของโจทก์เรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญากู้เงิน ซึ่งโจทก์จะคิดดอกเบี้ยจากจำเลยเกินกว่าประกาศของโจทก์ไม่ได้ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยก็ตาม ก็ได้ความว่าในทางปฏิบัติจริงโจทก์คิดดอกเบี้ยและปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอยู่ภายในกรอบแห่งประกาศธนาคารโจทก์และประกาศกระทรวงการคลัง การคิดดอกเบี้ยของโจทก์จึงไม่ขัดกฎหมายและมีผลบังคับกันได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยตามประกาศของโจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายตกเป็นโมฆะนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,201,388.21 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13.50 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 688,826.92 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4918/2548 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ นางเพ็ญอรุณหรือเพ็ญอรุณด หรือรัตน์ปวัน รักเสมอใจ โจทก์ ในฐานะทายาทโดยธรรมของ นายสมเดช รักเสมอใจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารอาคารสงเคราะห์นางเพ็ญอรุณหรือเพ็ญอรุณดหรือรัตน์ปวัน รักเสมอใจ · จำเลย - ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสมเดช รักเสมอใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีวัฒน์ แดงทองดี · โนรี จันทร์ทร · จิระ โชติพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 3803/2565ฎีกา 3414/2541ฎีกา 7200/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 933/2560ฎีกา 567/2536ฎีกา 961/2566ฎีกา 1783/2551ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 5236/2542ฎีกา 404/2565ฎีกา 4823/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 6096/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 3994/2540ฎีกา 2257/2543ฎีกา 8739/2551ฎีกา 999/2531ฎีกา 5162/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ