⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6490/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6490/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงเกินกว่าระดับที่จำเป็นเพื่อป้องกันทรัพย์สิน ถือเป็นการป้องกันสิทธิเกินกว่าเหตุตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

แม้ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะเข้าไปในบริเวณบ่อปลากัดของจำเลยเพื่อลักปลากัด ซึ่งถ้าจำเลยพบเห็นจำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดที่ล้อมรอบบ่อปลากัดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ส่วนทรัพย์สินของจำเลยเป็นเพียงปลากัดมีมูลค่าไม่มากนัก การปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าเส้นลวดกับการป้องกันทรัพย์สินของจำเลยย่อมไม่เป็นสัดส่วนกัน เมื่อผู้ตายถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดดังกล่าวดูดถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรกว่าเหตุตาม ป.อ. มาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เวลากลางวันจำเลยปล่อยกระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ไปตามสายไฟฟ้าที่ต่อกับเส้นลวดสื่อไฟฟ้า โดยมีเจตนาทำร้ายผู้อื่น เป็นเหตุให้เด็กชายนรินทร์ถูกเส้นลวดดังกล่าวกระแสไฟฟ้าดูดถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 290 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและเบิกความรับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ เห็นว่า แม้ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะเข้าไปบริเวณบ่อปลากัดของจำเลยเพื่อลักปลากัดซึ่งถ้าจำเลยพบเห็นเข้าจำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายที่พอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลยได้ แต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดที่ล้อมรอบบ่อปลากัดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ส่วนทรัพย์สินของจำเลยเป็นเพียงปลากัดมีมูลค่าไม่มากเท่าใดนัก การปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าเส้นลวดกับการป้องกันทรัพย์สินของจำเลยย่อมไม่เป็นสัดส่วนกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรกว่าเหตุตาม ป.อ. มาตรา 69 ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ติดป้ายเตือนว่าได้เดินกระแสไฟฟ้าโดยติดไว้ที่ปากทางเข้าบ้านตามภาพถ่ายนั้น ปรากฏจากคำเบิกความของเด็กชายโพยมผู้พบศพผู้ตายเป็นคนแรก สิบตำรวจโทเปี่ยมศักดิ์ผู้จับกุมจำเลยและพันตำรวจตรีสัญญาพนักงานสอบสวนซึ่งได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุในวันเกิดเหตุว่าในบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีป้ายเตือนแต่อย่างไร ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การว่า ญาติของจำเลยเพิ่งจะนำป้ายมาติดภายหลังเกิดเหตุแล้วตามคำให้การของผู้ต้องหา ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ติดป้ายเตือนไว้ จำเลยจึงมีความผิดฐานมิได้มีเจตนาฆ่าแต่ทำร้ายผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 69 ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วางโทษจำคุกและไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6490/2548 พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ บุญพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายพงษ์ศักดิ์ บุญพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลรัตน์ ประทุมทาน · ทวีวัฒน์ แดงทองดี · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นางสาวอุษณีย์ วิลาศชัยยันต์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสิทธิชัย พรหมศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2755/2539ฎีกา 1350/2514ฎีกา 8046/2542ฎีกา 5893/2567ฎีกา 3045/2526ฎีกา 1333/2543ฎีกา 1867/2531ฎีกา 729/2508ฎีกา 1548/2531ฎีกา 2284/2514ฎีกา 2143/2514ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2015/2521ฎีกา 2716/2535ฎีกา 395/2503ฎีกา 293/2507ฎีกา 415/2509ฎีกา 175/2514ฎีกา 1082/2511ฎีกา 659-660/2503ฎีกา 223/2540ฎีกา 2494/2520ฎีกา 2888/2537ฎีกา 5669/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา