⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7046/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7046/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีอำนาจจัดการหรือดำเนินงานของนิติบุคคล ย่อมต้องรับผิดชอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดของนิติบุคคลนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล หาได้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดเป็นการส่วนตัวไม่ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าการประปานครหลวงโดยตำแหน่งต้องรับผิดชอบในการจัดการและดำเนินงานของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. การประปานครหลวง พ.ศ. 2510 มาตรา 31 วรรคสอง เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยที่ 2 ต้องถูกบังคับตามกฎหมายและคำพิพากษาให้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา จำเลยที่ 2 จึงถูกฟ้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 วางท่อน้ำประปาและติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับการวางท่อเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่ได้จ่ายเงินค่าทดแทนในการใช้ที่ดินให้แก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่อาจใช้ประโยชน์ในที่ดินส่วนที่ท่อน้ำประปาผ่านได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนออกไปแล้ว แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้บริหารกิจการของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดชอบในการกระทำของจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนท่อน้ำประปาและอุปกรณ์ที่อยู่ในที่ดินของโจทก์ออกไป และทำให้ที่ดินกลับคืนสู่สภาพเดิม จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนท่อน้ำประปาและอุปกรณ์ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และทำให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวกลับคืนสู่สภาพเดิมในปัจจุบัน ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้กระทำการในนามของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้กระทำตามอำนาจของกฎหมายแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในนามของจำเลยที่ 1 อีก นั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล หาได้ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดเป็นการส่วนตัวไม่ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าการการประปานครหลวง โดยตำแหน่งต้องรับผิดชอบในการจัดการและดำเนินงานของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. การประปานครหลวง พ.ศ. 2510 มาตรา 31 วรรคสอง เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยที่ 2 ต้องถูกบังคับตามกฎหมายและคำพิพากษาให้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา จำเลยที่ 2 จึงถูกฟ้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7046/2548 นางสาวสอดแสง วัฒนานันท์ โจทก์ การประปานครหลวง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสอดแสง วัฒนานันท์ · จำเลย - การประปานครหลวง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · วิชัย วิวิตเสวี · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชวลิต ยงพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา