⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1395/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2549

พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.44, 71 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โรงเรียนเอกชนที่จัดตั้งขึ้นก่อนวันที่ 20 สิงหาคม 2542 และยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จะมีฐานะเป็นนิติบุคคลโดยสมบูรณ์เมื่อครบกำหนดสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีผลใช้บังคับ คือตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไป ค่าจ้างที่ลูกจ้างฟ้องเรียกจากนายจ้าง มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่ค่าจ้างนั้นถึงกำหนดจ่าย

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 44 ประกอบด้วยมาตรา 18 (2) บัญญัติให้โรงเรียนเอกชนเป็นนิติบุคคล ซึ่งบทบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2542 แม้ตามบทเฉพาะกาลตามมาตรา 71 จะให้จำเลยซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้คงมีฐานะและอำนาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไปจนกว่าจะได้มีการจัดระบบการบริหารและการจัดการศึกษาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปรากฏว่าครบสามปีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 จำเลยย่อมมีสภาพเป็นนิติบุคคลโดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 หลังจากจำเลยมีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์เป็นครูลูกจ้างจำเลยฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยที่จ่ายขาดตามสัญญาจ้างแรงงาน ย่อมมีกำหนดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (9) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 ดังนั้น คำฟ้องที่เรียกเอาค่าจ้างที่ถึงกำหนดจ่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 ถึงเดือนมิถุนายน 2544 ย่อมเกิน 2 ปี จึงขาดอายุความ คงเรียกค่าจ้างค้างจ่ายได้เดือนละ 1,360 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 ถึงเดือนสิงหาคม 2545 เป็นค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 14 เดือน เป็นเงิน 19,040 บาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ม.44 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ม.71

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินส่วนต่างที่จำเลยจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าที่ทางราชการกำหนดเดือนละ 1,360 บาท เป็นเวลา 34 เดือน เป็นเงิน 46,240 บาท เงินเดือนสำหรับเดือนกันยายน 2545 จำนวน 5,000 บาท และค่าชดเชยจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 9 พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์เพิ่มให้ครบตามวุฒิ จำนวน 46,240 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 44 ประกอบด้วยมาตรา 18 (2) บัญญัติให้โรงเรียนเอกชนเป็นนิติบุคคล ซึ่งบทบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2542 แม้ตามบทเฉพาะกาลตามมาตรา 71 จะให้จำเลยซึ่งเป็นสถานการศึกษาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับให้คงมีฐานะและอำนาจหน้าที่เช่นเดิมต่อไปจนกว่าจะได้มีการจัดระบบการบริหารและการจัดการศึกษาตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินสามปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปรากฏว่าครบสามปีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2545 จำเลยย่อมมีสภาพเป็นนิติบุคคลโดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานทะเบียน โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 หลังจากจำเลยมีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยเกินกว่า 2 ปี จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 ดังนั้น คำฟ้องที่เรียกเอาค่าจ้างที่ถึงกำหนดจ่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 ถึงเดือนมิถุนายน 2544 ย่อมเกิน 2 ปี จึงขาดอายุความ คงเรียกค่าจ้างค้างจ่ายได้เดือนละ 1,360 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 ถึงเดือนสิงหาคม 2545 เป็นค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 14 เดือน เป็นเงิน 19,040 บาท อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์เพิ่มให้ครบตามวุฒิจำนวน 19,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 9. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1395/2549 นางประนอม ถาพลพันธุ์ โจทก์ โรงเรียนพัฒนศึกษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประนอม ถาพลพันธุ์ · จำเลย - โรงเรียนพัฒนศึกษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ชวลิต ยอดเณร · สถิตย์ อรรถบลยุคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชูศักดิ์ โชติวานิช · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 2089/2532ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา