คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกโทษจำคุกตาม ป.อ. มาตรา 55 เป็นดุลพินิจของศาล โดยกำหนดให้โทษจำคุกที่จะลงต้องไม่เกิน 3 เดือน และไม่คำนึงถึงโทษปรับหรือประวัติการต้องโทษจำคุกมาก่อน.
ย่อคำพิพากษา
การยกโทษจำคุกตาม ป.อ. มาตรา 55 เป็นดุลพินิจแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร เพียงแต่โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดต้องเป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน โดยไม่คำนึงว่าจะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ และผู้นั้นจะเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนหรือไม่ก็ตาม
จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน และมากระทำความผิดฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก แสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษตามกฎหมาย ศาลจึงไม่ยกโทษจำคุกให้จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 97 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (ที่ถูก มาตรา 26 วรรคหนึ่ง), 76 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ยกโทษจำคุกให้แก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 55 นั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน และมากระทำความผิดในคดีนี้อีกแสดงว่าจำเลยมิได้เข็ดหลาบและมิได้เกรงกลัวต่อโทษตามกฎหมาย จึงสมควรลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่ยกโทษจำคุกให้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจำเลย 12 เดือน ถือว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และมิใช่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และคดีนี้ศาลฎีกาลงโทษจำคุกจำเลยดังที่วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาลฎีกาจะพิพากษารอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ตาม ป.อ. มาตรา 56 ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว แต่โทษจำคุกที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสม
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 เป็นจำคุก 3 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2549
พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์
นางมาลี ธูปกระจ่าง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นางมาลี ธูปกระจ่าง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · มานัส เหลืองประเสริฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา