⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3310/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3310/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่มีมูลและยื่นเพื่อประวิงเวลา ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องวางเงินหรือหาประกันเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทน หากผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลให้ยกคำร้องนั้นเสีย และคำสั่งของศาลให้เป็นที่สุด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด คำร้องดังกล่าวจึงอยู่ภายใต้บังคับ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า ซึ่งบัญญัติว่า "ในการยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรานี้ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่อาจได้รับความเสียหาย เนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวร้องขอ ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลนั้นได้ ถ้าผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด" เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินมาวางเป็นประกันค่าสินไหมทดแทนชั้นต้นกำหนด แต่กลับยื่นคำแถลงขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 2 คำสั่งศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองตามคำพิพากษาตามยอม ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองจากการขายทรัพย์ที่ยึดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ค้างชำระจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนโจทก์และเจ้าหนี้รายอื่น ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไปในราคา 1,400,000 บาท โดยนายธงชัย ศิลาภากุล ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลได้ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไปในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงที่ควรจะขายได้ ซึ่งเป็นการขายครั้งแรก และจำเลยที่ 2 ไม่ทราบกำหนดวันนัดขายทอดตลาดดังกล่าว จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ราคาที่ขายทอดตลาดได้สูงกว่าราคาประเมินและเหมาะสมแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งกำหนดวันนัดขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ทราบแล้ว คำร้องของจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล และยื่นมาเพื่อประวิงให้การบังคับคดีชักช้า ขอให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ 2 ทราบประกาศแจ้งการขายทอดตลาดแล้ว ราคาที่ขายทอดตลาดได้เป็นราคาที่เหมาะสม การขายทอดตลาดชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ในระหว่างนัดไต่สวน ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยไม่มีมูลและเพื่อประวิงให้ชักช้า ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 วางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 วางเงินประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์จำนวน 50,000 บาท ภายใน 15 วัน จำเลยที่ 2 ยื่นคำแถลงว่า ในวันนัดฟังคำสั่งจำเลยที่ 2 เดินทางไปต่างจังหวัด ทนายความจำเลยที่ 2 ติดว่าความที่ศาลอื่น หลังจากนั้นหลงลืมไม่ได้มาตรวจสำนวน เพิ่งทราบคำสั่งศาลในวันที่ยื่นคำร้องนี้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินประกันออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงิน และมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินประกันค่าสินไหมทดแทนมาวางต่อศาลภายในเวลาที่กำหนด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า ให้ยกคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไปในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงและไม่ได้แจ้งกำหนดวันเวลาขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ทราบ กรณีตามคำร้องของจำเลยที่ 2 จึงอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 296 วรรคห้า ซึ่งบัญญัติว่า "ในการยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรานี้ หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่อาจได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวร้องขอ ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ยื่นคำร้องวางเงินหรือหาประกันต่อศาลตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลนั้นได้ ถ้าผู้ยื่นคำร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุด" ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 นำเงินจำนวน 50,000 บาท มาวางเป็นประกันค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์ภายใน 15 วัน จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินมาวางภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่กลับยื่นคำแถลงขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินประกันและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 2 คำสั่งศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อสิทธิแก่จำเลยที่ 2 ในการที่จะฎีกาต่อมาอีก" พิพากษายกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลยที่ 2 ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3310/2549 บริษัทโอเชี่ยนลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ผู้ร้อง นายธงชัย ศิลาภากุล ผู้ซื้อทรัพย์ นางสาวสุดเฉลียว ใจทิพย์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโอเชี่ยนลิสซิ่ง จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารซิตี้แบงก์ · ผู้ซื้อทรัพย์ - นายธงชัย ศิลาภากุล · จำเลย - นางสาวสุดเฉลียว ใจทิพย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · สบโชค สุขารมณ์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3781/2545ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 5150/2552ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540ฎีกา 2644/2530ฎีกา 5015/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 1690/2538ฎีกา 4511/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ